November 3, 2026

ข่าวดี! Microsoft เปิดให้อัปเกรด Windows 10 เป็น Windows 11 26H2 ได้แล้ว

ถือเป็นข่าวดี เมื่อ Microsoft ประกาศขยายการให้บริการ Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 ให้กับพีซีที่รองรับทั้งหมดแล้ว รวมถึงอุปกรณ์ที่ยังใช้งาน Windows 10 และอยู่ในเงื่อนไขการรองรับที่กำหนด โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบและเริ่มอัปเกรดได้โดยตรงผ่าน Windows Update ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Windows 11 เวอร์ชันก่อนหน้าด้วยตัวเองก่อน

ก่อนหน้านี้ Microsoft เริ่มทยอยปล่อย Windows 11 26H2 ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 โดยใช้วิธี Phased Rollout หรือการแบ่งกลุ่มปล่อยอัปเดตเป็นระยะ เพื่อควบคุมความเสี่ยงหากพบปัญหาหลังการอัปเดต โดยเฉพาะในระบบองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์จำนวนมาก

ล่าสุด Microsoft ยืนยันเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 ว่า Windows 11 26H2 พร้อมให้ดาวน์โหลดสำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ขยายการให้บริการครอบคลุมอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2

อัปเกรดผ่าน Windows Update ได้เลย

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญในรอบนี้คือ Microsoft เปิดให้พีซีที่ยังใช้งาน Windows 10 และอยู่ในเงื่อนไขที่รองรับ สามารถอัปเกรดไปยัง Windows 11 26H2 ได้โดยตรงผ่าน Windows Update เช่นเดียวกับอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 11 รุ่นก่อนหน้า

Microsoft ระบุว่า Windows 11 26H2 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 โดยใช้เทคโนโลยี Servicing ซึ่งช่วยให้กระบวนการติดตั้งและอัปเดตทำได้รวดเร็วขึ้น

สำหรับผู้ใช้ที่ยังไม่เห็นตัวเลือกอัปเกรด สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่ Settings > Windows Update และเปิดตัวเลือก “Get the latest updates as soon as they’re available” เพื่อให้ระบบรับอัปเดตใหม่ทันทีเมื่อพร้อมให้บริการสำหรับอุปกรณ์นั้น

ทางเลือกอัปเกรดด้วยตัวเองสำหรับ Windows 11 รุ่นก่อนหน้า

นอกจากการอัปเดตผ่าน Windows Update แล้ว Microsoft ยังมีทางเลือกสำหรับผู้ใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 ที่ต้องการอัปเกรดเป็น 26H2 ด้วยตัวเอง ผ่าน Enablement Package รหัส eKB5121794

แพ็กเกจดังกล่าวทำหน้าที่เปิดใช้งานฟีเจอร์ของ Windows 11 26H2 ที่มีองค์ประกอบเตรียมอยู่ในระบบเวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 แล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดและติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะกับเครื่องที่ติดตั้ง Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 หรือ 25H2 และมี Build ที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้กับ Windows 10 หรือ Windows 11 รุ่นเก่ากว่านั้นได้ โดยผู้ใช้ Windows 10 ต้องใช้ช่องทางอัปเกรดที่ Microsoft รองรับแทน

สำหรับ Windows 11 26H2 ยังมีการกล่าวถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพในบางส่วน เช่น การลดการใช้หน่วยความจำ (RAM) และทำให้การตอบสนองของระบบรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้เครื่องมือจากผู้พัฒนาภายนอกเพื่อปรับแต่งระบบปฏิบัติการให้ทำงานโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง

การขยายการอัปเกรดครั้งนี้จึงเป็นอีกโอกาสสำหรับผู้ใช้ Windows 10 ที่มีฮาร์ดแวร์รองรับ Windows 11 ให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปยังระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มต้นติดตั้งระบบใหม่ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ ผู้ใช้ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์และสำรองข้อมูลสำคัญก่อนเริ่มอัปเกรดทุกครั้ง

ที่มา