ยุโรปป่วน! แฮกเกอร์เล่นงานซูเปอร์มาร์เก็ต 115 แห่ง เพิ่มอุณหภูมิตู้แช่จนสินค้าเสียหาย
โจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบควบคุมความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปยังไม่จบ ล่าสุดเกิดเหตุโจมตีทั่วยุโรป ส่งผลกระทบต่อร้านค้ามากกว่า 115 แห่งใน 6 ประเทศ หลังผู้โจมตีเจาะเข้าควบคุมระบบจากระยะไกล ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่าอุณหภูมิตู้แช่แข็งและระบบทำความเย็น บางแห่งถึงขั้นปิดระบบทำความเย็นหรือสั่งให้เครื่องเข้าสู่โหมดละลายน้ำแข็ง (Defrost) ทำให้อุณหภูมิภายในตู้แช่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สินค้าอาหารจำนวนมากเสียหาย และพนักงานต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด
รายงานระบุว่า พบปัญหาในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายสิบแห่งในเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ สวีเดน ลักเซมเบิร์ก ไอร์แลนด์ และเอสโตเนีย โดยมีผู้ประกอบการหลายเครือยืนยันว่าได้รับผลกระทบจริง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโจมตีที่ประสานงานกัน หรือเป็นการเจาะระบบแยกเป็นรายแห่ง
ตู้แช่ถูกปรับอุณหภูมิสูงผิดปกติ
ข้อมูลจากผู้ประกอบการที่ออกมายืนยันเหตุการณ์พบว่า มีร้านค้าหลายเครือได้รับผลกระทบ ได้แก่ ICA ในสวีเดนอย่างน้อย 4 สาขา, Coop ในสวีเดน 7 สาขา, Ahold Delhaize ในเบลเยียมและลักเซมเบิร์กราว 40 สาขา, Carrefour ในเบลเยียม 15 สาขา, Spar Colruyt 5 สาขา และ Intermarché ราว 15 สาขา
ขณะที่ SuperValu ในไอร์แลนด์ได้รับผลกระทบ 13 สาขา และ Selver ในเอสโตเนียอีก 1 สาขา ส่วนในเนเธอร์แลนด์พบปัญหาในร้านขายเนื้อและร้านค้าชุมชนอย่างน้อย 17 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีรายงานร้านค้าอื่น ๆ ในเบลเยียมที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงห้าง IKEA ขนาดใหญ่ในเมือง Mons ร้านขายของชำ และร้านช็อกโกแลต
ลักษณะความเสียหายแตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง ตั้งแต่ตู้เย็นและตู้แช่แข็งหยุดทำงานทั้งหมด ไปจนถึงระบบที่ยังทำงานได้บางส่วน แต่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตามปกติ โดย Coop เปิดเผยว่า ในบางกรณีระบบทำความเย็นถึงขั้นเริ่มสร้างความร้อนขึ้นแทน
กรณีที่น่ากังวลคือ ผู้จัดการสาขา ICA แห่งหนึ่งให้ข้อมูลกับสถานีโทรทัศน์ TV4 ของสวีเดนว่า ผู้โจมตีเปลี่ยนค่าตั้งอุณหภูมิของตู้แช่จากระยะไกลเป็น +50 องศาเซลเซียส และพนักงานไม่สามารถแก้ไขการตั้งค่ากลับได้ ทำให้ต้องทิ้งอาหารแช่แข็งที่ได้รับความเสียหาย
ส่วน RTL สื่อในเบลเยียมรายงานว่า Ahold Delhaize ส่งข้อความ SMS แจ้งเตือนผู้จัดการสาขาเกี่ยวกับปัญหาระบบทำความเย็นตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. โดยบางสาขาต้องนำรถบรรทุกห้องเย็นมาใช้เก็บรักษาสินค้าแทน เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ผู้ประกอบการหลายรายยืนยันว่าได้เร่งสนับสนุนร้านค้าที่ได้รับผลกระทบและควบคุมสถานการณ์ โดย Ahold Delhaize ระบุว่าได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทันทีเพื่อให้ร้านค้ายังคงเปิดให้บริการได้ ขณะที่ Carrefour ระบุว่ามีร้านค้าได้รับผลกระทบเพียง 15 จากทั้งหมด 700 แห่ง และไม่มีไฮเปอร์มาร์เก็ตได้รับผลกระทบ โดยทุกสาขายังคงเปิดให้บริการตามปกติ
ใช้ช่องโหว่เดิมจากเหตุโจมตีฝรั่งเศส
ข้อมูลที่น่าสนใจมาจาก Sabcobel ผู้ให้บริการระบบทำความเย็นในร้านค้าหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบ โดย Stephan Moelans ผู้อำนวยการบริษัท เปิดเผยกับ RTL ว่า ผู้โจมตีอาศัยช่องโหว่เดียวกับที่เคยถูกใช้ในการโจมตีระบบทำความเย็นในฝรั่งเศสเมื่อเดือนก่อน ซึ่งครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อร้านค้าหลายร้อยแห่ง
Moelans ระบุว่า ทีมช่างเทคนิคเริ่มทยอยตัดการเชื่อมต่อระบบที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่เวลาประมาณ 01.00 น. และพบว่าการโจมตีเกี่ยวข้องกับการสั่งเปิดฟังก์ชันละลายน้ำแข็งจากระยะไกล ส่งผลให้ระบบทำความเย็นไม่สามารถรักษาอุณหภูมิได้ตามปกติ
ที่สำคัญ เขายังเตือนว่าการป้องกันระบบด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากอุปกรณ์ทำความเย็นบางส่วนจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงด้านฮาร์ดแวร์หรือการเชื่อมต่อทางกายภาพเพิ่มเติมด้วย
หนึ่งในแนวทางที่บริษัทแนะนำคือ การเปลี่ยนระบบบริหารจัดการตู้แช่ให้เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตที่มีความปลอดภัย โดย Moelans ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทเริ่มเปลี่ยนมาใช้แนวทางดังกล่าวแล้ว หลังเกิดเหตุโจมตีในฝรั่งเศส
สำหรับเหตุการณ์ในฝรั่งเศสเมื่อเดือนก่อน พบว่าระบบควบคุมความเย็น Danfoss AK-SM/AK-SC และ Copeland/Dixell XWEB ถูกผู้โจมตีเข้าควบคุมจากระยะไกล ก่อนเปลี่ยนการทำงานของอุปกรณ์ให้เข้าสู่โหมดละลายน้ำแข็งเช่นเดียวกัน

