Binance ถูกแฮก-ขโมยเงินคริปโต เสียหาย 2 แสนล้านบาท ทำ Bitcoin ร่วงหลุด 77,000 ดอลลาร์
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ หลัง Binance แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของโลก ถูกโจมตีทางไซเบอร์ มีสินทรัพย์ดิจิทัลถูกขโมยไปคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.9 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 199,113 ล้านบาท ส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.59 ล้านบาทต่อ BTC ขณะที่ BNB ซึ่งเป็นเหรียญประจำระบบนิเวศของ Binance ปรับตัวลดลงถึง 7.1% ด้านผู้บริหาร Binance ยืนยันบริษัทจะรับผิดชอบชดเชยความเสียหายให้ผู้ใช้งานทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ข้อมูลราคาจาก The Block ณ เวลา 22.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี ระบุว่า Bitcoin ปรับตัวลดลง 4.5% ในรอบ 24 ชั่วโมง มาอยู่ที่ 76,664 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.59 ล้านบาท ขณะที่ BNB ร่วงลง 7.1% มาอยู่ที่ 698.65 ดอลลาร์ หรือประมาณ 23,578 บาท ส่วน Ethereum ลดลง 5.2% อยู่ที่ 2,190 ดอลลาร์ หรือประมาณ 73,908 บาท และ XRP ลดลง 7% มาอยู่ที่ 1.21 ดอลลาร์ หรือประมาณ 41 บาท
แรงเทขายยังส่งผลให้เกิดการบังคับปิดสถานะซื้อขาย (Liquidation) ในตลาดคริปโตฯ มูลค่ารวมสูงถึง 1.55 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 52,309 ล้านบาท ภายใน 24 ชั่วโมง มีนักลงทุนถูกบังคับปิดสถานะถึง 246,482 ราย โดยเป็นสถานะ Long หรือการเก็งกำไรว่าราคาจะปรับตัวขึ้นมากถึง 1.34 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 45,222 ล้านบาท
Binance ถูกแฮก ความเสียหายเกือบ 2 แสนล้านบาท
เหตุการณ์ราคาคริปโตฯ ปรับตัวลดลงเกิดขึ้นพร้อมกับข่าวการโจมตี Binance ครั้งใหญ่เมื่อวันพฤหัสบดี โดยบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Chainalysis ประเมินว่า มีสินทรัพย์ดิจิทัลถูกขโมยไปคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.9 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 199,113 ล้านบาท ณ เวลาที่เกิดเหตุ
Dominick John นักวิเคราะห์จาก Zeus Research ให้ความเห็นกับ The Block ว่า เหตุการณ์โจมตี Binance กลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดแรงเทขายในตลาดคริปโตฯ โดย BNB ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด ขณะที่การบังคับปิดสถานะซื้อขายมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 50,622 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานะ Long ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคา Bitcoin และ Ethereum
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าผลกระทบต่อตลาดโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด Rick Maeda หัวหน้าฝ่ายตลาดของ Laevitas ระบุว่า ปฏิกิริยาของตลาดต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่รุนแรงเท่าที่คาด โดยเฉพาะการปรับตัวลงของ BNB ที่ถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับขนาดของเหตุการณ์

ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดความตื่นตระหนกคือ Binance มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (Assets Under Custody) มูลค่าประมาณ 144,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4.86 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ ในปี 2024 บริษัทเคยจ่ายค่าปรับให้รัฐบาลสหรัฐฯ จำนวน 4,300 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 145,116 ล้านบาท จากกรณีละเมิดข้อกำหนดด้านการป้องกันการฟอกเงิน (AML) โดยยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
อีกปัจจัยสำคัญคือการตอบสนองอย่างรวดเร็วของผู้ให้บริการ Stablecoin อย่าง Tether และ Circle ซึ่งสามารถระงับการใช้งานสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้รวมมูลค่ากว่า 2,400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 80,995 ล้านบาท
ด้าน Jeff Ko หัวหน้านักวิเคราะห์จาก ViaBTC มองว่า Bitcoin ที่ถูกขโมยไปไม่น่าจะสร้างแรงขายเพิ่มเติมในตลาดมากนัก เนื่องจากภาพรวมตลาดคริปโตฯ มีแนวโน้มเป็นขาลงอยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้แรงเทขายกระจายไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลหลายประเภทอย่างรวดเร็ว พร้อมประเมินว่า Binance มีศักยภาพทางการเงินเพียงพอที่จะรองรับความเสียหายครั้งนี้
Binance ยืนยันชดเชยผู้ใช้งานทั้งหมด Coinbase ร่วมสกัดธุรกรรม
Binance ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ขณะนี้สามารถระงับสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้แล้วประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 101,244 ล้านบาท ตามยอดที่ตรวจสอบยืนยันได้

ขณะที่ Yi He ผู้ร่วมบริหารสูงสุด (Co-CEO) ของ Binance ยืนยันว่า บริษัทจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานจากเหตุการณ์แฮกครั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ด้าน Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ระบุว่า บริษัทกำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนการรับมือกับสถานการณ์ รวมถึงการสกัดกั้นธุรกรรมที่พยายามโอนสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ถูกเจาะระบบ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคริปโทฯ ต้องร่วมมือกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างแรงกดดันต่อราคา Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญต่อความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ โดยเฉพาะความสามารถในการปกป้องสินทรัพย์ของลูกค้าและรับมือกับความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์

