5 อาชีพที่ยังได้ไปต่อ หลังหลายอาชีพจะโดน AI แทนที่ภายในปี 2030
กระแส AI ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดกำลังสร้างความกังวลต่ออนาคตของตลาดแรงงานทั่วโลก ล่าสุด ดร. Roman Yampolskiy นักวิจัยด้าน AI ออกมาคาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ระบบ AI จะสามารถทำงานได้แทบทุกประเภท ทั้งงานด้านความรู้และงานใช้แรงงาน ส่งผลให้การจ้างงานในหลายอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม เขามองว่ายังมีบางอาชีพที่มนุษย์จะยังคงมีบทบาท เพราะคุณค่าของงานไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ที่ AI ยังทดแทนได้ยาก
AI อาจทำงานได้แทบทุกอย่างภายในไม่กี่ปี
ในการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Diary of a CEO ดร. Yampolskiy ระบุว่า AI อาจก้าวเข้าสู่ยุคของ Artificial General Intelligence (AGI) หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถใกล้เคียงมนุษย์ภายในปี 2027
หากการพัฒนาเป็นไปตามที่คาด ภายในปี 2030 AI จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเขียนข้อความ วิเคราะห์ข้อมูล หรือสร้างภาพเท่านั้น แต่จะสามารถทำงานด้านกายภาพผ่านหุ่นยนต์ได้ด้วย เขาประเมินว่า โลกอาจเผชิญอัตราการว่างงานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากองค์กรจำนวนมากเลือกใช้ AI และหุ่นยนต์แทนแรงงานมนุษย์ในวงกว้าง แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นเพียงการคาดการณ์และยังเป็นที่ถกเถียงในแวดวงผู้เชี่ยวชาญก็ตาม
5 อาชีพที่มนุษย์ยังมีโอกาสอยู่รอด
แม้ AI จะเก่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดร. ยัมโพลสกี เชื่อว่ายังมีงานบางประเภทที่ผู้คนยินดีจ่ายเงินเพื่อให้ “มนุษย์” เป็นผู้ลงมือทำ โดยแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มหลัก
1 นักบัญชีและที่ปรึกษาที่ลูกค้าไว้วางใจ
แม้ AI จะคำนวณตัวเลขได้รวดเร็วและแม่นยำกว่า แต่ลูกค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้บริหารหรือมหาเศรษฐี อาจยังเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ เพราะให้ความสำคัญกับความไว้วางใจ ประสบการณ์ และการให้คำแนะนำเชิงธุรกิจ
2 งานฝีมือและสินค้าทำมือ
เมื่อสินค้าที่ผลิตโดย AI และหุ่นยนต์กลายเป็นเรื่องปกติ งานที่สร้างโดยมนุษย์อาจกลายเป็นสินค้าพรีเมียม ผู้บริโภคบางส่วนอาจยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับความเป็นเอกลักษณ์และคุณค่าของงานฝีมือ
3 นักจิตบำบัดและที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต
แม้ปัจจุบันจะมี AI ที่สามารถสนทนาและให้คำแนะนำได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ชีวิตของมนุษย์ยังเป็นสิ่งที่ AI เข้าใจได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้บทบาทของนักจิตวิทยาและนักบำบัดยังคงมีความสำคัญ
4 ผู้กำกับดูแลและตรวจสอบ AI
เมื่อ AI ถูกนำมาใช้ในภาคธุรกิจและหน่วยงานต่าง ๆ มากขึ้น ก็จำเป็นต้องมีผู้ตรวจสอบว่าระบบตัดสินใจได้ถูกต้อง โปร่งใส และไม่สร้างผลกระทบต่อผู้ใช้งานหรือสังคม
5 ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และผู้ถ่ายทอดความรู้
การนำ AI ไปใช้ในองค์กรไม่ได้จบแค่ติดตั้งระบบ แต่ยังต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยอธิบายหลักการทำงาน ประเมินความเหมาะสม และให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารและพนักงานในการปรับตัวสู่การทำงานร่วมกับ AI
อนาคตของแรงงานยังขึ้นอยู่กับการปรับตัว
แม้การคาดการณ์ของ ดร. ยัมโพลสกี จะสะท้อนภาพอนาคตที่ท้าทาย แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายยังเห็นว่า AI มีแนวโน้มเข้ามาเปลี่ยนลักษณะงานมากกว่าการแทนที่มนุษย์ทั้งหมด
ในหลายอาชีพ AI จะเข้ามาช่วยทำงานซ้ำ ๆ หรือใช้เวลามาก ขณะที่มนุษย์ยังรับผิดชอบการตัดสินใจ การสื่อสาร การสร้างสรรค์ และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน ซึ่งยังเป็นจุดแข็งที่เทคโนโลยีทำได้ไม่เทียบเท่า
ท้ายที่สุด ทักษะที่สำคัญในยุค AI อาจไม่ใช่เพียงการใช้เครื่องมือใหม่ให้เป็น แต่คือความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI และพัฒนาทักษะที่เทคโนโลยียังทดแทนได้ยาก ทั้งการคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความเห็นอกเห็นใจ และการสร้างความไว้วางใจระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง

