บอทจะครองอินเทอร์เน็ต? Cloudflare เผยทราฟฟิกจากบอทแซงมนุษย์แล้ว
อินเทอร์เน็ตกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลัง Cloudflare เปิดเผยว่า “Bot” หรือระบบอัตโนมัติบนโลกออนไลน์ ได้มีสัดส่วนการใช้งานมากกว่ามนุษย์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
Matthew Prince ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Cloudflare ระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI Agent และระบบอัตโนมัติบนอินเทอร์เน็ต คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
ข้อมูลจาก Cloudflare Radar ระบุว่า ปัจจุบัน Bot คิดเป็นประมาณ 56% ของทราฟฟิกทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ต และในบางช่วงของสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงถึง 62%
Prince เปิดเผยว่า เดิมเขาคาดการณ์ว่า Bot จะมีปริมาณทราฟฟิกแซงมนุษย์ในช่วงปลายปี 2027 แต่สถานการณ์กลับเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดมาก และการเปลี่ยนผ่านจาก “โลกออนไลน์ของมนุษย์” ไปสู่ “โลกออนไลน์ของ Bot” ได้เริ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

Cloudflare ยังเปิดเผยข้อมูลแยกตามภูมิภาค พบว่าบางพื้นที่มีทราฟฟิกจาก Bot สูงผิดปกติ เช่น Gibraltar ที่มี HTTP Requests มากกว่า 90% มาจากระบบอัตโนมัติ
ขณะที่สิงคโปร์และอิหร่าน ก็มีทราฟฟิกจาก Bot มากกว่าสามในสี่ของทั้งหมดเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยผู้ควบคุม Bot แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านโฮสติ้ง ระบบเครือข่าย VPN และการ Routing ที่ทำให้ทราฟฟิกอัตโนมัติดูเหมือนมาจากพื้นที่เหล่านั้น
ก่อนหน้านี้ Akamai เคยประเมินว่า ในปี 2024 Bot คิดเป็นประมาณ 42% ของทราฟฟิกเว็บทั้งหมด และกว่า 65% ในจำนวนนั้นเป็น Bot ที่มีพฤติกรรมอันตราย
แต่หลังจากการเติบโตของ AI Agent ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์บนเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ภาพรวมของอินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
Cloudflare เริ่มแยกประเภททราฟฟิกจากระบบอัตโนมัติรูปแบบใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Verified Bots หรือ AI Agents ที่สามารถโต้ตอบกับเว็บไซต์ได้คล้ายมนุษย์ แต่ทำงานได้เร็วกว่าและในระดับที่ใหญ่กว่ามาก
หนึ่งในตัวอย่างที่ Matthew Prince ยกขึ้นมา คือการค้นหาสินค้าออนไลน์
มนุษย์ทั่วไปอาจเข้าเว็บไซต์ประมาณ 5 แห่งเพื่อเลือกซื้อกล้องสักตัว แต่ AI Agent ที่ทำงานแทนมนุษย์อาจเข้าเว็บไซต์มากถึง 5,000 แห่งเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล วิเคราะห์ราคา และรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนสรุปผลให้ผู้ใช้งาน
เมื่อมีผู้คนจำนวนมหาศาลเริ่มใช้ AI ช่วยค้นหาสินค้า เปรียบเทียบเที่ยวบิน สรุปบทความ หรือรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จึงทำให้โลกออนไลน์กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ “Bot คุยกับ Bot” มากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ Bot จำนวนมากจะไม่ได้เป็นอันตราย เพราะบางส่วนมีหน้าที่จัดทำดัชนีเว็บไซต์ ตรวจสอบบริการ หรือดึงข้อมูลให้ AI Assistant แต่ระบบอัตโนมัติเหล่านี้ก็ยังสร้างภาระต่อเซิร์ฟเวอร์ กระทบระบบวิเคราะห์ข้อมูล และเริ่มส่งผลต่อโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาผู้เข้าชมจริง รายได้จากโฆษณา และจำนวนสมาชิก
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือเว็บไซต์สื่อและผู้เผยแพร่คอนเทนต์ โดยก่อนหน้านี้ Pew เคยวิเคราะห์ว่า ผู้ใช้งาน Google มีแนวโน้มกดเข้าเว็บไซต์จากผลค้นหาแบบดั้งเดิมลดลงเกือบ 50% เมื่อมี AI Overview ปรากฏขึ้นบนหน้า Search
กระแสข่าวนี้ยังทำให้หลายคนกลับมาพูดถึง “Dead Internet Theory” หรือแนวคิดที่ว่า อินเทอร์เน็ตกำลังเต็มไปด้วยคอนเทนต์และกิจกรรมจากระบบอัตโนมัติมากกว่ามนุษย์จริง
อย่างไรก็ตาม Cloudflare ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าววัดจากจำนวน HTTP Requests ไม่ใช่เวลาการใช้งานจริงหรือจำนวนผู้ใช้งานจริง เพราะในปัจจุบัน มนุษย์ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ใช้เวลาไปกับการดูวิดีโอ เล่นโซเชียล ชอปปิง หรือสร้างคอนเทนต์บนโลกออนไลน์
ถึงอย่างนั้น นักวิเคราะห์มองว่า แนวโน้มของโลกอินเทอร์เน็ตกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะ AI Agent ไม่เพียงเข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่ามนุษย์ แต่ยังเริ่มมีบทบาทในการกำหนดว่า “มนุษย์จะได้เห็นอะไรบนโลกออนไลน์” มากขึ้นเรื่อย ๆ
ปัจจุบันยังมีข้อมูลว่า มากกว่า 10% ของ AI Summary บางส่วน อ้างอิงข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดย AI ด้วยกันเอง และเหตุการณ์รีลอนช์เว็บไซต์ Digg ที่ล้มเหลวส่วนหนึ่งจากการถูก Bot และ AI ถาโถมเข้าระบบ ก็ยิ่งสะท้อนว่า โลกออนไลน์กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กว่าที่หลายคนคิด

