AI ท้าทายความปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อองค์กรมีบัญชีดิจิทัลมากกว่าพนักงานจริงถึง 111 เท่า
เมื่อเร็วๆ นี้ Palo Alto Networks เปิดเผยผลการศึกษา 2026 Identity Security Landscape Report ระบุว่า องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญความท้าทายด้านความปลอดภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ เมื่อ Machine Identity หรือบัญชีและข้อมูลยืนยันตัวตนของระบบ มีจำนวนมากกว่าพนักงานเฉลี่ยถึง 111 ต่อ 1 จากการใช้งาน AI และระบบอัตโนมัติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Machine Identity ไม่ได้หมายถึง AI เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตัวตนดิจิทัลของเซิร์ฟเวอร์ แอปพลิเคชัน บริการบนคลาวด์ API คอนเทนเนอร์ รวมถึง AI Agent ที่ต้องใช้บัญชีและสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบต่าง ๆ เพื่อทำงานแทนมนุษย์
รายงานซึ่งสำรวจผู้บริหารด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กว่า 2,900 คนทั่วโลก พบว่า ทุกองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้นำ AI Agent มาใช้งานแล้ว และส่วนใหญ่คาดว่าจำนวน Machine Identity จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า
ในขณะเดียวกัน 90% ขององค์กร ยอมรับว่าเคยประสบเหตุด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการขโมยหรือใช้ข้อมูลยืนยันตัวตนภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าปัจจุบันการโจมตีผ่านบัญชีผู้ใช้และบัญชีระบบกลายเป็นช่องทางหลักของผู้โจมตี แซงหน้าการใช้มัลแวร์แบบเดิม
รายงานยังพบว่า 98% ของบัญชีผู้ใช้งานมีสิทธิ์เข้าถึงระบบมากกว่าที่จำเป็น และ 98% ขององค์กรมีระบบจัดการ Identity ที่กระจัดกระจาย ส่งผลให้การรับมือเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ล่าช้าเฉลี่ย 13 ชั่วโมงต่อเหตุการณ์ ขณะที่ผู้โจมตีใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถเจาะระบบได้หากได้ข้อมูลบัญชีหรือสิทธิ์การเข้าถึงมาแล้ว
อีกหนึ่งประเด็นที่องค์กรให้ความสำคัญคือการบริหาร Digital Certificate ซึ่งเป็นใบรับรองดิจิทัลที่ใช้ยืนยันตัวตนของเซิร์ฟเวอร์ แอปพลิเคชัน และบริการต่าง ๆ หาก Certificate หมดอายุโดยไม่ได้ต่ออายุทันเวลา อาจทำให้ระบบหยุดให้บริการ การเชื่อมต่อระหว่างระบบล้มเหลว หรือเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้ โดย 97% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า หากยังต้องจัดการการต่ออายุ Certificate ด้วยกระบวนการแบบเดิมที่ไม่ได้ทำอัตโนมัติ ธุรกิจอาจได้รับความเสียหายเฉลี่ย 305,161 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
นอกจากนี้ Palo Alto Networks ระบุว่า ภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญความท้าทายเดียวกัน เนื่องจากองค์กรต่างเร่งนำ AI มาใช้งาน ทำให้จำนวน Machine Identity เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์มี Machine Identity มากกว่าพนักงานเฉลี่ย 107 ต่อ 1 และ 85% ขององค์กร คาดว่าจำนวน AI Agent จะเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อกับพาร์ตเนอร์ภายนอก และการใช้งานโมเดล LLM
Jeffrey Kok, Senior Director, Identity Domain Consulting ของ Palo Alto Networks กล่าวว่า ปัจจุบันผู้โจมตีแทบไม่จำเป็นต้องเจาะระบบด้วยเทคนิคซับซ้อนอีกต่อไป แต่สามารถเข้าสู่ระบบได้ทันทีหากขโมยข้อมูลยืนยันตัวตนของผู้ใช้หรือ AI Agent ได้สำเร็จ ดังนั้นองค์กรจำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่สามารถค้นหา ควบคุม และกำกับดูแล Identity ทุกประเภทได้จากศูนย์กลาง
ด้าน Siddharth Deshpande, Director of Industry Solutions ประจำภูมิภาคญี่ปุ่นและเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า องค์กรควรเปลี่ยนแนวทางบริหารการระบุตัวตน โดยให้สิทธิ์เข้าถึงเฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็นเท่านั้น ยกเลิกสิทธิ์ถาวรที่ไม่จำเป็น และนำระบบอัตโนมัติมาช่วยบริหารวงจรชีวิตของ Identity ทั้งของมนุษย์ เครื่องจักร และ AI Agent

