August 3, 2026

Amazon ปวดหัว! พนักงานใช้ AI โปรเจกต์เดียวเผาเงินกว่า 58 ล้านบาท

แม้ Amazon จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่ลงทุนด้าน AI มากที่สุดในโลก แต่ล่าสุดกลับต้องเผชิญปัญหาที่หลายองค์กรเริ่มพบเช่นกัน เมื่อการใช้งาน AI ภายในบริษัทสร้างค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณอย่างหนัก โดยมีโปรเจกต์หนึ่งใช้เงินไปกว่า 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 58 ล้านบาท) ก่อนสุดท้ายจะล้มเหลว

รายงานจาก Financial Times ระบุว่า Amazon กำลังเร่งพัฒนาระบบควบคุมการใช้ AI หลังพบว่าหลายโครงการใช้งบประมาณเกินคาดจากความผิดพลาดในการเขียนโค้ด รวมถึงการขาดระบบติดตามค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

โปรเจกต์ AI ล้มเหลว แต่ค่าใช้จ่ายพุ่ง 860%

กรณีที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือโครงการที่นำโมเดล Claude Sonnet ของ Anthropic มาใช้จับคู่ข้อมูลผู้เขียนกับรายการสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Amazon

ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ และพบว่าสร้างค่าใช้จ่ายจากการเรียกใช้งาน AI สูงถึง 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ถึง 860%

สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือ ค่าใช้จ่ายดังกล่าว ไม่ถูกตรวจพบเป็นเวลานานถึง 5 เดือน

วิศวกรของ Amazon เปิดเผยระหว่างการประชุมภายในว่า ความผิดพลาดที่แทบไม่มีต้นทุนในระบบซอฟต์แวร์แบบเดิม อาจกลายเป็นความเสียหายมหาศาลเมื่อเกี่ยวข้องกับ AI เพราะทุกครั้งที่ส่งคำสั่งไปยังโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model หรือ LLM) จะมีการคิดค่าบริการตามจำนวน Token หรือหน่วยข้อมูลที่ AI ประมวลผล

หลายทีมใช้งบเกินโดยไม่รู้ตัว

รายงานระบุว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงโครงการเดียว โครงการพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบทางการเงิน (Financial Auditing) มีค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 541,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบขนส่งของ Amazon ก็มีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดอีกกว่า 134,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่ทีมงานจะตรวจพบความผิดปกติหลังผ่านไปถึง 2 สัปดาห์

พนักงานระดับอาวุโสของ Amazon ยอมรับว่า ปัจจุบันการประเมินต้นทุนของ AI ยังเป็นเรื่องยาก เพราะรูปแบบการคิดค่าบริการแตกต่างจากซอฟต์แวร์แบบเดิมอย่างมาก ทำให้หลายทีมไม่สามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงได้

เร่งสร้างระบบควบคุมต้นทุน AI

Amazon ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้จากการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้งาน พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังพัฒนาระบบ Guardrails หรือกลไกควบคุมอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้โครงการ AI ใช้งบประมาณเกินในอนาคต บริษัทยังย้ำว่า กรณีที่ถูกนำมาเปิดเผยเป็นเพียงบางตัวอย่าง และไม่สะท้อนภาพรวมของการใช้งาน AI ภายในองค์กรทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ Amazon เคยยกเลิกระบบจัดอันดับการใช้งานแพลตฟอร์มพัฒนา AI ภายในชื่อ Kiro หลังพบว่าพนักงานบางส่วนพยายามเพิ่มจำนวนการเรียกใช้ AI เพื่อไต่อันดับในกระดานคะแนน จนเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่า Tokenmaxxing หรือการใช้ Token เกินความจำเป็นเพียงเพื่อให้ตัวเลขการใช้งานสูงขึ้น

เมื่อค่าใช้จ่าย AI เริ่มแซงเงินเดือนพนักงาน

ปัญหานี้สะท้อนความท้าทายใหม่ขององค์กรที่นำ AI มาใช้ในวงกว้าง โดยผู้ให้บริการรายใหญ่ทั้ง OpenAI และ Anthropic ต่างหันมาใช้โมเดลคิดค่าบริการตามจำนวน Token ที่ประมวลผล แทนการเก็บค่าบริการแบบเหมาจ่าย

แม้แนวทางนี้จะช่วยให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ก็ทำให้ต้นทุนคาดการณ์ได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อองค์กรเริ่มใช้ AI Agent ที่สามารถเรียกใช้โมเดล AI ซ้ำ ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหากไม่มีการกำหนดขีดจำกัด

ด้วยเหตุนี้ หลายบริษัทจึงเริ่มเปลี่ยนไปใช้โมเดล AI ที่มีต้นทุนต่ำกว่า หรือเลือกใช้โมเดลแบบ Open-weight ที่สามารถติดตั้งและรันบนโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ความกังวลเรื่องต้นทุน AI ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Amazon เท่านั้น ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Uber ใช้งบประมาณด้าน AI ตลอดทั้งปีหมดภายในเวลาเพียง 4 เดือน ขณะที่ Bryan Catanzaro รองประธานฝ่าย Applied Deep Learning ของ NVIDIA ยอมรับว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านการประมวลผล AI (Compute) ของทีมสูงกว่าค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเสียอีก

แม้ตัวเลขค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะยังถือว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ของ Amazon ที่สูงราว 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส และงบลงทุนที่คาดว่าจะสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้ แต่ก็สะท้อนว่า ยุคของ AI ไม่ได้มีเพียงการแข่งขันด้านความสามารถของโมเดลเท่านั้น หากยังเป็นการแข่งขันด้าน การบริหารต้นทุน ที่จะกลายเป็นโจทย์สำคัญของทุกองค์กรในอนาคต

ที่มา