ช่องโหว่ร้ายแรงใน MS 365 Copilot คลิกลิงก์ครั้งเดียว ข้อมูลหลุดทั้งองค์กร!
Microsoft เพิ่งแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยระดับวิกฤตใน Microsoft 365 Copilot Enterprise หลังนักวิจัยด้านความปลอดภัยค้นพบวิธีโจมตีรูปแบบใหม่ที่สามารถเปลี่ยนผู้ช่วย AI ขององค์กรให้กลายเป็นเครื่องมือขโมยข้อมูลได้ เพียงแค่ผู้ใช้คลิกลิงก์ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษเท่านั้น
ช่องโหว่นี้ถูกตั้งชื่อว่า “SearchLeak” และได้รับรหัส CVE-2026-42824 โดย Microsoft จัดให้มีความรุนแรงในระดับ Critical หรือสูงสุด เนื่องจากผู้โจมตีสามารถดึงข้อมูลสำคัญจากบัญชี Microsoft 365 ของเหยื่อได้โดยแทบไม่ต้องให้ผู้ใช้ดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม
ข้อมูลที่อาจถูกขโมยได้ครอบคลุมตั้งแต่เนื้อหาอีเมล รหัสผ่านหรือรหัสยืนยันตัวตนที่ถูกส่งผ่านอีเมล รายละเอียดการประชุมในปฏิทิน เอกสารใน OneDrive ไฟล์บน SharePoint ไปจนถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่ Copilot Enterprise Search สามารถเข้าถึงได้ภายในองค์กร
ช่องโหว่เกิดขึ้นได้อย่างไร
นักวิจัยจากบริษัทด้านความปลอดภัยข้อมูล Varonis เปิดเผยว่า SearchLeak ไม่ได้อาศัยช่องโหว่เพียงจุดเดียว แต่เป็นการนำจุดอ่อนด้านความปลอดภัย 3 ประเภทมาทำงานร่วมกันจนเกิดเป็นเส้นทางการโจมตีที่สมบูรณ์
จุดอ่อนแรกคือการโจมตีแบบ Parameter-to-Prompt Injection ซึ่งอาศัยการทำงานของ Microsoft 365 Copilot Search ที่รับค่าพารามิเตอร์ “q” จาก URL เพื่อใช้เป็นคำค้นหา
แตกต่างจาก Copilot เวอร์ชันทั่วไปที่เน้นสร้างเนื้อหา Copilot Enterprise Search ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาข้อมูลภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นอีเมล เอกสาร SharePoint ไฟล์ OneDrive หรือข้อมูลการประชุมต่าง ๆ
ผู้โจมตีสามารถสร้าง URL ที่แฝงคำสั่งให้ Copilot ทำงานแทนผู้ใช้ เช่น ค้นหาอีเมลของเหยื่อ ดึงหัวข้ออีเมล หรือข้อมูลบางส่วนออกมา แล้วจัดรูปแบบผลลัพธ์ตามที่ผู้โจมตีต้องการ โดยเหยื่อไม่จำเป็นต้องพิมพ์คำสั่งใด ๆ เพิ่มเติม เพียงคลิกลิงก์เท่านั้น
จากนั้นการโจมตีจะอาศัยจุดอ่อนด้านการแสดงผล HTML ในระหว่างที่ Copilot กำลังสร้างคำตอบแบบเรียลไทม์ ทำให้โค้ด HTML ที่ผู้โจมตีควบคุมสามารถทำงานได้ชั่วคราวก่อนที่ระบบจะทำการกรองหรือป้องกันเนื้อหาดังกล่าว
ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ช่องโหว่ Server-Side Request Forgery (SSRF) ภายในฟีเจอร์ “Search by Image” ของ Bing ซึ่งถูกใช้เป็นตัวกลางในการส่งคำร้องขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี โดยข้อมูลที่ถูกดึงมาจาก Copilot จะถูกแนบไปกับ URL ที่ส่งออกไปด้วย
Bing กลายเป็นตัวกลางส่งข้อมูลโดยไม่รู้ตัว
ความน่าสนใจของการโจมตีครั้งนี้อยู่ที่ Bing ถูกใช้เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูลออกจากระบบโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้สามารถหลีกเลี่ยงมาตรการ Content Security Policy (CSP) ที่ปกติใช้ป้องกันการส่งข้อมูลไปยังปลายทางที่ไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อเหยื่อคลิกลิงก์ที่ถูกสร้างขึ้น การโจมตีจะเริ่มต้นด้วยการสั่งให้ Copilot Search ค้นหาข้อมูลภายในบัญชี Microsoft 365 ของเหยื่อ จากนั้น Copilot จะสร้างผลลัพธ์ที่มีแท็กภาพซึ่งฝังข้อมูลที่ถูกขโมยไว้ใน URL
ในระหว่างที่คำตอบกำลังถูกแสดงผล เบราว์เซอร์จะพยายามโหลดรูปภาพดังกล่าว และส่งคำร้องขอผ่าน Bing ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี ทำให้ข้อมูลสำคัญถูกส่งออกไปโดยที่ผู้ใช้แทบไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ
จากมุมมองของเหยื่อ สิ่งที่เห็นมีเพียง Copilot กำลัง “คิดคำตอบ” อยู่ชั่วครู่เท่านั้น ไม่มีสัญญาณเตือนหรือข้อความใดที่บ่งชี้ว่าข้อมูลกำลังถูกส่งออกนอกองค์กร
Microsoft ได้ออกแพตช์แก้ไข CVE-2026-42824 เรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายใหม่ของระบบ AI สมัยใหม่ เพราะช่องโหว่ที่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาทั่วไปอย่าง SSRF หรือ HTML Injection สามารถถูกยกระดับความรุนแรงได้อย่างมากเมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI และ Prompt Injection
กรณีของ SearchLeak จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำคัญว่า AI ไม่ได้เพียงเพิ่มความสามารถในการทำงานเท่านั้น แต่ยังเปิดเส้นทางใหม่ให้ผู้ไม่หวังดีสามารถนำช่องโหว่รูปแบบเดิมกลับมาใช้โจมตีได้ในบริบทที่มีผลกระทบรุนแรงกว่าที่เคย

