October 19, 2026

ใครว่า AI ทำคนตกงาน? Bank of America จ้างทีมความปลอดภัยไซเบอร์เพิ่ม 1,000 คน เร่งอุดช่องโหว่ที่ AI ค้นพบ

Bank of America (BofA) ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ระดมทีมผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์ 1,000 คน เข้ามาช่วยทีมงานภายใน 3,000 คน เร่งแก้ไขช่องโหว่ซอฟต์แวร์ที่ค้นพบโดย Mythos โมเดล AI จาก Anthropic หลังการค้นพบช่องโหว่จำนวนมากสร้างแรงกดดันให้ธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกต้องเร่งยกระดับความปลอดภัยของระบบไอที

Brian Moynihan ซีอีโอของ Bank of America เปิดเผยเรื่องนี้ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC หลังธนาคารรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 โดยระบุว่า บริษัทได้เพิ่มผู้รับเหมา 1,000 คนเข้ามาช่วยงานแก้ไขช่องโหว่ตั้งแต่ไตรมาส 2 และบุคลากรกลุ่มดังกล่าวยังคงทำงานอยู่จนถึงปัจจุบัน เพื่อเสริมกำลังให้ทีมงานภายในที่รับผิดชอบงานด้านนี้อยู่แล้ว 3,000 คน

เร่งอุดก่อนถูกนำไปใช้โจมตี

ก่อนหน้านี้ กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ได้รับสิทธิ์เข้าถึง Mythos ในช่วงแรก ต่างค้นพบช่องโหว่ซอฟต์แวร์จำนวนมาก ทำให้ต้องเร่งแก้ไขระบบและอัปเกรดซอฟต์แวร์เพื่อปิดช่องทางที่อาจถูกผู้โจมตีนำไปใช้ประโยชน์

Mythos เป็นโมเดล AI ของ Anthropic ที่มีความสามารถด้านการค้นหาและวิเคราะห์ช่องโหว่ความปลอดภัยไซเบอร์ การค้นพบจุดอ่อนจำนวนมากในระบบที่ใช้งานจริงทำให้สถาบันการเงินต้องทุ่มทรัพยากรเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าช่องโหว่เหล่านั้นได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม

Moynihan เปิดเผยว่า Bank of America ใช้เงินไปแล้ว “หลายร้อยล้านดอลลาร์ และมากกว่านั้น” สำหรับงานดังกล่าว รวมถึงการจัดการประเด็นด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering: AML) ในไตรมาส 3

นอกจากนี้ ในช่วงต้นสัปดาห์ ธนาคารยังถูกลงโทษปรับเป็นเงิน 1.2 พันล้านดอลลาร์ จากปัญหากระบวนการป้องกันการฟอกเงินที่ถูกระบุว่ามีข้อบกพร่องและไม่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุว่าค่าปรับดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ Mythos โดยตรง

คาดต้นทุนลดลงเมื่อแก้ไขช่องโหว่ได้ต่อเนื่อง

ซีอีโอ Bank of America มองว่า ค่าใช้จ่ายในการรับมือกับช่องโหว่ที่ Mythos ค้นพบจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อการแก้ไขดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเมื่อช่องโหว่ได้รับการอุดแล้ว ความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาเดิมก็จะลดลง และทีมงานสามารถเดินหน้าจัดการช่องโหว่ที่เหลือตามลำดับได้

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน โดยคาดว่าโครงการที่นำ AI มาใช้มากกว่า 100 โครงการ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 300 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 700 ล้านดอลลาร์ในปี 2027

ที่มา