ใครว่า AI ทำคนตกงาน? Bank of America จ้างทีมความปลอดภัยไซเบอร์เพิ่ม 1,000 คน เร่งอุดช่องโหว่ที่ AI ค้นพบ
Bank of America (BofA) ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ระดมทีมผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์ 1,000 คน เข้ามาช่วยทีมงานภายใน 3,000 คน เร่งแก้ไขช่องโหว่ซอฟต์แวร์ที่ค้นพบโดย Mythos โมเดล AI จาก Anthropic หลังการค้นพบช่องโหว่จำนวนมากสร้างแรงกดดันให้ธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกต้องเร่งยกระดับความปลอดภัยของระบบไอที
Brian Moynihan ซีอีโอของ Bank of America เปิดเผยเรื่องนี้ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC หลังธนาคารรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 โดยระบุว่า บริษัทได้เพิ่มผู้รับเหมา 1,000 คนเข้ามาช่วยงานแก้ไขช่องโหว่ตั้งแต่ไตรมาส 2 และบุคลากรกลุ่มดังกล่าวยังคงทำงานอยู่จนถึงปัจจุบัน เพื่อเสริมกำลังให้ทีมงานภายในที่รับผิดชอบงานด้านนี้อยู่แล้ว 3,000 คน
เร่งอุดก่อนถูกนำไปใช้โจมตี
ก่อนหน้านี้ กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ได้รับสิทธิ์เข้าถึง Mythos ในช่วงแรก ต่างค้นพบช่องโหว่ซอฟต์แวร์จำนวนมาก ทำให้ต้องเร่งแก้ไขระบบและอัปเกรดซอฟต์แวร์เพื่อปิดช่องทางที่อาจถูกผู้โจมตีนำไปใช้ประโยชน์
Mythos เป็นโมเดล AI ของ Anthropic ที่มีความสามารถด้านการค้นหาและวิเคราะห์ช่องโหว่ความปลอดภัยไซเบอร์ การค้นพบจุดอ่อนจำนวนมากในระบบที่ใช้งานจริงทำให้สถาบันการเงินต้องทุ่มทรัพยากรเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าช่องโหว่เหล่านั้นได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม
Moynihan เปิดเผยว่า Bank of America ใช้เงินไปแล้ว “หลายร้อยล้านดอลลาร์ และมากกว่านั้น” สำหรับงานดังกล่าว รวมถึงการจัดการประเด็นด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering: AML) ในไตรมาส 3
นอกจากนี้ ในช่วงต้นสัปดาห์ ธนาคารยังถูกลงโทษปรับเป็นเงิน 1.2 พันล้านดอลลาร์ จากปัญหากระบวนการป้องกันการฟอกเงินที่ถูกระบุว่ามีข้อบกพร่องและไม่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุว่าค่าปรับดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ Mythos โดยตรง
คาดต้นทุนลดลงเมื่อแก้ไขช่องโหว่ได้ต่อเนื่อง
ซีอีโอ Bank of America มองว่า ค่าใช้จ่ายในการรับมือกับช่องโหว่ที่ Mythos ค้นพบจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อการแก้ไขดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเมื่อช่องโหว่ได้รับการอุดแล้ว ความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาเดิมก็จะลดลง และทีมงานสามารถเดินหน้าจัดการช่องโหว่ที่เหลือตามลำดับได้
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน โดยคาดว่าโครงการที่นำ AI มาใช้มากกว่า 100 โครงการ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 300 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 700 ล้านดอลลาร์ในปี 2027

