May 12, 2026

Cloudflare เตรียมปลดพนักงานกว่า 1,100 คน ขณะ Arctic Wolf ลดอีก 250 ตำแหน่ง ใช้ AI เสียบแทน

กระแส AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ล่าสุดสองบริษัทสายความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง Cloudflare และ Arctic Wolf ประกาศลดพนักงานรวมกันกว่าพันตำแหน่ง ท่ามกลางการเร่งปรับองค์กรเข้าสู่ยุค “Agentic AI” ที่ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยงานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของการทำงานแทบทุกระบบภายในองค์กร

รายงานข่าวจาก AI Today ระบุว่า Cloudflare เตรียมปลดพนักงานมากกว่า 1,100 คน หรือคิดเป็นประมาณ 20% ของพนักงานทั้งหมด หลังบริษัทพบว่าการใช้งาน AI ภายในองค์กรเพิ่มขึ้นกว่า 600% ภายในเวลาเพียง 3 เดือน

Matthew Prince ซีอีโอของ Cloudflare ระบุว่า บริษัทกำลังปรับโครงสร้างเพื่อเข้าสู่ “Agentic AI Era” หรือยุคที่ AI สามารถทำงานและตัดสินใจแทนมนุษย์ได้ในหลายกระบวนการ โดยยืนยันว่าการลดพนักงานครั้งนี้ไม่ใช่มาตรการลดต้นทุนระยะสั้น แต่เป็นการออกแบบองค์กรใหม่ให้สอดรับกับวิธีการทำงานในอนาคต

AI เข้ามาแทน “งานหลังบ้าน” มากขึ้น

Cloudflare เปิดเผยว่า ปัจจุบันพนักงานในหลายแผนก ตั้งแต่วิศวกรรม ทรัพยากรบุคคล การเงิน ไปจนถึงการตลาด ต่างใช้งาน AI Agent หลายพันเซสชันต่อวัน เพื่อช่วยจัดการงานภายในองค์กร ทำให้บริษัทต้องปรับวิธีการทำงานและโครงสร้างทีมครั้งใหญ่

แม้จะมีการปลดพนักงานจำนวนมาก แต่บริษัทระบุว่า ตำแหน่งด้านวิศวกรรมและฝ่ายขายที่ต้องพบลูกค้าโดยตรงได้รับผลกระทบน้อย และยังคงเดินหน้าจ้างงานในสายเหล่านี้ต่อไป เพราะยังเป็นตำแหน่งสำคัญสำหรับการแข่งขันในยุค AI

ด้าน Arctic Wolf บริษัทด้าน Cybersecurity อีกราย ก็ประกาศลดพนักงานประมาณ 250 คน โดยให้เหตุผลว่าต้องการโยกทรัพยากรไปลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีอัตโนมัติเพิ่มขึ้นเช่นกัน

AI กระทบ “คนทำงาน” มากขึ้น

แม้หลายบริษัทจะมอง AI เป็นโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนชัดว่า AI กำลังเริ่มส่งผลต่อโครงสร้างการจ้างงานโดยตรง โดยเฉพาะงานที่เป็นกระบวนการซ้ำๆ หรือระบบหลังบ้านที่ AI สามารถเข้ามาช่วยทำแทนได้มากขึ้น

น่าสนใจว่า การปลดพนักงานของ Cloudflare เกิดขึ้นแม้บริษัทเพิ่งประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก็ตาม แต่หลังประกาศแผนลดคน หุ้นของบริษัทกลับร่วงลงอย่างหนัก สะท้อนว่าตลาดยังมีความกังวลต่อทิศทางการเติบโตและผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI