March 6, 2026

ไมโครซอฟท์ออกอัปเดตฉุกเฉิน หลังตัวอัปเดตสร้างปัญหาบัก Shutdown และ Cloud PC

หลังจากแพตช์เดือนมกราคมสร้างความปวดหัวอย่างมากให้ผู้ใช้องค์กร ล่าสุดไมโครซอฟท์ได้ออก แพตช์ฉุกเฉิน (out-of-band updates) สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows หลายเวอร์ชัน เพื่อแกปัญหาที่เกิดขึ้นจากการอัปเดตความปลอดภัยประจำวันที่ 13 มกราคม 2026 โดยบักเหล่านี้สร้างผลกระทบทั้งการลงชื่อเข้าใช้จากระยะไกลและการปิดเครื่องที่ผิดปกติ ซึ่งกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ใช้ในองค์กรและระบบคลาวด์ที่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อจากระยะไกลสำหรับงานประจำวันของพนักงานและทีมไอทีทั่วโลก

ตามข้อมูลที่ไมโครซอฟท์เผย แพตช์ประจำเดือนมกราคมส่งผลให้เกิดปัญหา การยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชันการเชื่อมต่อระยะไกล โดยเฉพาะเมื่อใช้แอป Remote Desktop สำหรับเชื่อมต่อกับ Microsoft 365 Cloud PC หรือ Azure Virtual Desktop ซึ่งผู้ใช้งานบางรายจะไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้ตามปกติ นอกจากนี้บนอุปกรณ์ที่เปิดใช้งาน Secure Launch ซึ่งเป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันระดับเฟิร์มแวร์ อาจเกิดอาการไม่สามารถปิดเครื่องหรือเข้าสู่โหมด Hibernate ได้อย่างถูกต้อง หากติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยเวอร์ชันก่อนหน้าโดยไม่มีการแก้ไข

ผลกระทบรุนแรงจนต้องออกแพตช์ฉุกเฉิน

ผลจากบั๊กดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใช้ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างสำหรับแผนกไอทีที่ต้องดูแลเครื่องลูกข่ายให้พร้อมสำหรับการทำงานประจำวัน โดยเฉพาะในองค์กรที่ใช้ Windows Server และ Windows Client รุ่นต่าง ๆ ตั้งแต่ Windows 10 ไปจนถึง Windows 11 และ Windows Server 2025 ซึ่งความผิดพลาดนี้ครอบคลุมหลายเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ ความรุนแรงของปัญหาคือการรบกวนทั้งการปิดเครื่องและการล็อกอินจากระยะไกล ซึ่งเป็นฟีเจอร์หลักของการจัดการเครื่องผ่านเซิร์ฟเวอร์หรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

เพื่อจัดการกับเหตุการณ์ไม่น่าเกิดขึ้นนี้ ไมโครซอฟท์ได้ปล่อยแพตช์แก้ไขเสริมหลายรายการ เช่น KB5077744 สำหรับ Windows 11 24H2/25H2 และ KB5077797 สำหรับ Windows 11 23H2 รวมทั้งเวอร์ชันสำหรับ Windows 10 และ Windows Server รุ่นต่าง ๆ แพตช์เหล่านี้พร้อมแก้ไขทั้งปัญหาการเชื่อมต่อระยะไกลกับ Cloud PC และข้อผิดพลาดด้านการปิดเครื่องเพื่อเรียกคืนการทำงานปกติ

ไมโครซอฟท์ยังระบุว่าการแก้ไขนี้ ยังไม่ถูกเพิ่มเข้าไปในช่องทางอัปเดตปกติของ Windows Update ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องดาวน์โหลดเองจาก Microsoft Update Catalog หากองค์กรไม่พร้อมติดตั้งแพตช์ฉุกเฉินเหล่านี้ ผู้ดูแลยังสามารถใช้วิธี Known Issue Rollback (KIR) ผ่านนโยบายกลุ่ม (Group Policy) เพื่อบรรเทาปัญหาการเชื่อมต่อระยะไกลได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทีมไอทีควรเร่งประเมินสภาพแวดล้อมของตนและเตรียมอัปเดตเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกชะงักการทำงานของระบบในภาวะวิกฤต

ที่มา