ไมโครซอฟท์อาจเลย์ออฟสูงสุด 22,000 ตำแหน่ง ท่ามกลางต้นทุน AI ที่พุ่งไม่หยุด
ไมโครซอฟท์อาจกำลังเดินหมากครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์องค์กร หลังมีรายงานว่าบริษัทเตรียมปลดพนักงานจำนวน 11,000–22,000 คนภายในเดือนมกราคมนี้ หากตัวเลขดังกล่าวได้รับการยืนยัน จะกลายเป็นการเลย์ออฟครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
แม้ไมโครซอฟท์จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้ประโยชน์จากกระแส AI มากที่สุด ผ่านการผสาน Copilot เข้ากับ Windows, Microsoft 365, Azure และผลิตภัณฑ์แทบทุกแพลตฟอร์ม แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือค่าใช้จ่ายระดับมหาศาล ทั้งด้านศูนย์ข้อมูล GPU, พลังงาน, ระบบเครือข่ายความเร็วสูง และการลงทุนระยะยาวกับ OpenAI ซึ่งเริ่มกดดันโครงสร้างต้นทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต้นทุน AI พุ่งแรง ดันองค์กรต้องรัดเข็มขัด
แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้าน AI ของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขยายศูนย์ข้อมูล AI และการจัดหา GPU ระดับไฮเอนด์ที่มีราคาสูงและขาดแคลนทั่วโลก การลงทุนเหล่านี้แม้จะเป็นรากฐานสำคัญของอนาคต แต่ในระยะสั้นกลับสร้างแรงกดดันต่อกำไรและการบริหารต้นทุนขององค์กร
ผลที่ตามมาคือการทบทวนโครงสร้างทีมงานในหลายแผนก โดยเฉพาะฝ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลยุทธ์ AI, Cloud และ Enterprise Infrastructure ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายอื่นที่กำลัง “ปรับองค์กรให้เบาและเร็ว” เพื่อรับมือกับการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงขึ้น
สัญญาณเตือนตลาดแรงงานไอทีในยุค AI
หากการปลดพนักงานครั้งนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญว่าตลาดแรงงานไอทีกำลังเปลี่ยนโครงสร้างอย่างรวดเร็ว จากยุคที่เน้นจำนวนคน ไปสู่ยุคที่เน้นโครงสร้างพื้นฐาน, โมเดล AI และระบบอัตโนมัติเป็นหัวใจหลัก
ในมุมหนึ่ง AI กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็กำลังเร่งให้บางตำแหน่งกลายเป็น “ต้นทุนที่ต้องถูกลด” โดยเฉพาะงานที่สามารถแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติได้ ไมโครซอฟท์จึงอาจไม่ใช่รายสุดท้ายที่ต้องตัดสินใจยากเช่นนี้ และปี 2026 อาจเป็นปีที่อุตสาหกรรมไอทีเห็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ต่อเนื่องทั่วทั้งตลาด

