Microsoft ชี้ AI มีกฎความปลอดภัยน้อยไป เรียกร้องให้มี Kill Switch คุมความเสี่ยง
Brad Smith รองประธานและประธานบริษัท Microsoft เตือนว่า ปัจจุบันการกำกับดูแล AI ยังไม่เข้มงวดเพียงพอ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทั่วไปอย่างเครื่องซักผ้าหรือนมที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายกำหนดมาตรการความปลอดภัยที่ชัดเจน ตั้งแต่การติดตั้งระบบหยุด AI ฉุกเฉิน (Kill Switch) ไปจนถึงการบังคับให้บริษัทเปิดเผยเหตุการณ์เมื่อ AI ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยมองว่าสหราชอาณาจักรมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย AI ระดับโลก
Smith ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเครื่องซักผ้ายังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยมากกว่า AI ขณะที่ผลิตภัณฑ์อาหารอย่างนมยังต้องผ่านกฎควบคุมและการตรวจสอบ แต่เทคโนโลยี AI ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์และก่อให้เกิดอันตรายได้ในเวลาเดียวกัน กลับยังขาดมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม
ต้องมี Kill Switch พร้อมบังคับรายงานเหตุ AI สร้างความเสียหาย
Smith มองว่า AI เป็นได้ทั้ง “เครื่องมือและอาวุธ” บริษัทผู้พัฒนา AI จึงควรมีระบบหยุดการทำงานฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์เมื่อเทคโนโลยีเกิดข้อผิดพลาดหรือสร้างความเสี่ยงร้ายแรง พร้อมเสนอให้มีกฎหมายกำหนดหน้าที่บริษัทอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับ AI บริษัทต้องจัดทำรายงานเหตุการณ์และแจ้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่ปล่อยให้การเปิดเผยข้อมูลขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้พัฒนาเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐที่เป็นอิสระเข้ามาประเมินเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ เพื่อให้การตรวจสอบความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้อมูลหรือคำรับรองจากบริษัทผู้พัฒนาเท่านั้น
Smith ระบุว่า สหราชอาณาจักรมีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำด้านมาตรฐานและกฎความปลอดภัย AI โดยยกความสามารถด้านเทคนิคและการทำงานของ AI Security Institute (AISI) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มุ่งประเมินความปลอดภัยของระบบ AI เป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศ
เขายังเชื่อว่า สหราชอาณาจักรสามารถผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้แนวทางเผชิญหน้า แต่ควรเจรจาอย่างหนักแน่นและเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายร่วมกันกำหนดมาตรฐาน
Satya Nadella เตือน บริษัท AI ไม่ควรผลักภาระความรับผิดชอบให้โมเดล
Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันผ่านบล็อกโพสต์ โดยระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องทบทวนโครงสร้างความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบในยุคที่ AI มีบทบาทมากขึ้น พร้อมเตือนว่าองค์กรไม่สามารถมอบความรับผิดชอบทั้งหมดให้ AI ตัดสินใจแทนได้ และคำรับรองจากบริษัทผู้พัฒนาโมเดลก็ไม่ได้ทำให้องค์กรผู้ใช้งานพ้นจากความรับผิดชอบของตนเอง
Nadella เสนอให้ระบบ AI ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความสามารถในการตรวจสอบการทำงาน ความหลากหลายของโมเดล การยืนยันผลลัพธ์ และการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระ พร้อมเน้นว่าควรจำกัดขอบเขตการทำงานของโมเดลตั้งแต่เริ่มต้น และเปิดเผยเหตุการณ์ผิดปกติอย่างรวดเร็ว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการกำกับดูแล AI ในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศว่า บริษัท Anthropic, Google, Meta, OpenAI, Nvidia และ xAI ได้ให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับผู้ตรวจสอบอิสระเพื่อประเมินระบบ AI ของตน อย่างไรก็ตาม คำมั่นดังกล่าวมีผลผูกพันในเชิงจริยธรรมเป็นหลัก ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมาย
ขณะเดียวกัน นโยบายเกี่ยวกับการเปิดให้หน่วยงานความปลอดภัยเข้าถึงโมเดล AI รุ่นที่ยังไม่เปิดตัวก็เป็นอีกประเด็นที่น่าจับตา โดยมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า Anthropic ระงับการเปิดให้เจ้าหน้าที่สหราชอาณาจักรตรวจสอบโมเดล Claude Mythos 5.1 หลังมีแรงกดดันให้ผู้พัฒนา AI หยุดแบ่งปันระบบที่ยังไม่เปิดตัวกับ AISI ก่อนจะมีรายงานภายหลังว่าข้อจำกัดดังกล่าวถูกยกเลิกแล้ว
Smith เชื่อว่า สหราชอาณาจักรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการผลักดันความร่วมมือด้านความปลอดภัย AI ระดับโลก และมองว่าประเทศนี้สามารถมีบทบาทสำคัญในการสร้างฉันทามติระหว่างรัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยี เพื่อให้การพัฒนา AI เดินหน้าต่อไปได้โดยมีมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่รัดกุมมากขึ้น

