Microsoft ปล่อยอัปเดต Windows 11 ใหม่ รอบนี้เน้นความเร็วและความเสถียร
Microsoft เปิดตัวอัปเดตใหม่ KB5089573 สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2 โดยมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงกว่า 30 รายการ เน้นทั้งด้านประสิทธิภาพ ความเสถียร และการปรับปรุงระบบ Windows Hello
อัปเดต KB5089573 เป็นอัปเดตแบบ Preview หรืออัปเดตทดสอบรายเดือนที่ Microsoft ใช้ปล่อยฟีเจอร์ใหม่และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ผู้ใช้งานและฝ่าย IT ทดลองก่อน จะถูกรวมเข้า Patch Tuesday อย่างเป็นทางการในเดือนถัดไป
อย่างไรก็ตาม อัปเดตประเภทนี้เป็น “อัปเดตทางเลือก” และไม่มีแพตช์ด้านความปลอดภัยรวมอยู่ด้วย
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอัปเดตเดือนพฤษภาคม 2026 คือการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของระบบปฏิบัติการ รวมถึงการเพิ่มความเสถียรให้กับ Windows Hello

Microsoft ระบุว่า อัปเดตนี้ช่วยให้การเปิดแอปพลิเคชันและการทำงานหลักของระบบ เช่น Start Menu, Search และ Action Center ทำงานได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ Windows Hello ยังถูกปรับพฤติกรรมการล็อกอินใหม่ โดยหากผู้ใช้ตั้งค่าการสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือไว้ ระบบจะเลือกใช้เป็นวิธีล็อกอินหลักโดยอัตโนมัติทุกครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยเลือกใช้วิธีอื่นก็ตาม
แต่หากผู้ใช้เลือกใช้ PIN ติดต่อกัน 3 ครั้ง ระบบจะคงการใช้งาน PIN เป็นวิธีหลักไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเปลี่ยนกลับไปใช้วิธีอื่น
อัปเดต KB5089573 ยังช่วยเพิ่มความเสถียรให้หลายส่วนของ Windows 11 ไม่ว่าจะเป็น
- File Explorer
- หน้าล็อกหน้าจอและหน้าลงชื่อเข้าใช้
- การเปลี่ยนธีมใน Settings
- การใช้งาน Gesture บนอุปกรณ์จอสัมผัส
Microsoft ยังระบุว่า อัปเดตนี้ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพหลังเครื่องตื่นจาก Modern Standby และลดปัญหาการค้างหรือบล็อกระหว่างการยืนยันตัวตนผ่าน Windows Hello Enhanced Sign-in Security
หลังติดตั้ง อุปกรณ์ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2 จะถูกอัปเกรดเป็น Build 26200.8524 และ 26100.8524 ตามลำดับ
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์และการปรับปรุงอื่นๆ อีกหลายด้าน เช่น
- รองรับ Shared Audio ให้ผู้ใช้ 2 คนฟังเสียงเดียวกันจากเครื่อง Windows 11 เครื่องเดียวพร้อมกัน
- ปรับปรุงการแสดงผลความเร็ว CPU ใน Task Manager สำหรับระบบ VM ไม่ให้แสดงค่าสูงผิดปกติหลังปลุกเครื่องจาก Hibernate
- เพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการพลังงานของ Sensor Hub และอุปกรณ์ HID เพื่อลดการกินแบตเตอรี่
- ปรับปรุงระบบ Secure Boot Certificate สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ
Microsoft ยังย้ำเตือนอีกครั้งว่า ใบรับรอง Secure Boot รุ่นเก่าที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2011 กำลังจะหมดอายุในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ และบริษัทกำลังทยอยปล่อยใบรับรองชุดใหม่ให้กับอุปกรณ์ Windows 11 ที่รองรับ
ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยแจ้งเตือนผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ IT ตั้งแต่ปลายปี 2025 ให้รีบอัปเดตใบรับรองความปลอดภัยก่อนหมดอายุ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านระบบในอนาคต
ขณะเดียวกัน Microsoft ยังยืนยันว่ามีปัญหาที่กำลังตรวจสอบอยู่ใน Windows Server 2016 หลังผู้ใช้งานบางส่วนพบปัญหา Domain Controller Lookup ล้มเหลว ภายหลังติดตั้งอัปเดตความปลอดภัย KB5087537 ของเดือนพฤษภาคม 2026

