July 23, 2024

ซัมซุงเผยโฉม ViewFinity S9 หน้าจอ 5K ยกระดับการทำงานของมืออาชีพ ใส่ใจทุกรายละเอียดการทำงาน

 ซัมซุงประกาศขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ViewFinity นำ ViewFinity S9 ขนาด 27 นิ้วออกวางจำหน่าย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มมอนิเตอร์ความละเอียดสูงต่อจาก ViewFinity S8 ด้วยความละเอียดระดับ Ultra High Definition (UHD) ViewFinity S9 ถูกออกแบบให้มีความลงตัวที่สุดสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งงานด้านกราฟิกดีไซน์และการถ่ายภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลนวัตกรรม CES Innovation Award ในปี 2566 อีกด้วย

“ViewFinity S9 ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสุดและประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่มืออาชีพในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และทัศนศิลป์” ฮูน ชุง รองประธานบริหารกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จอภาพซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว “กลุ่ม ViewFinity จะมอบประสบการณ์การแสดงภาพชั้นเยี่ยมพร้อมด้วยสีสันกระจ่างสดใสและความสามารถการเชื่อมต่อที่จำเป็นกับเหล่าครีเอทีฟ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่ว่าจะโปรเจ็กต์ไหน”

ViewFinity S9 มากับขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 5K (5,120 x 2,880) มีพื้นที่การทำงานที่ใหญ่กว่าหน้าจอ UHD อื่นๆ กว่า 50% พร้อมด้วยที่สุดของความกระจ่างชัดทั้งในส่วนของภาพและข้อความช่วยให้มืออาชีพสามารถทำงานกับคอนเทนต์ที่มีความละเอียดสูงเป็นพิเศษได้โดยไม่ต้องซูมขยายภาพ สามารถเห็นชิ้นงานในแบบ 5K ในขณะที่เครื่องมือแก้ไขต่างๆ วางไว้ได้บนหน้าจอ

สามารถแสดงขอบเขตสีได้ถึง 99% ของมาตรฐาน DCI-P3[1] และให้ความละเอียดภาพได้ถึง 218PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) ให้ทั้งสีสันที่สดใสและรายละเอียดที่แจ่มชัดกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเที่ยงตรงในการแสดงภาพ[2] ค่าความสว่างโดยปกติที่ 600 cd/m2 ช่วยให้ทำงานได้ง่ายในสภาพแสงแทบทุกรูปแบบ เทคโนโลยีของซัมซุงในการปรับเทียบค่ามาตรฐานช่วยให้ผู้ใช้ตั้งค่าสีสันให้มีความแม่นยำได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ยังใช้ฟีเจอร์ Smart Calibration ที่ควบคุมด้วยสมาร์ทโฟน[3] ถือว่าเป็นครั้งแรกของวงการ และทำให้ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าหน้าจอได้ทุกเมื่อโดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ปรับเทียบค่ามาตรฐานที่ราคาสูงและซับซ้อน เมื่อใช้แอป SmartThings ผู้ใช้จะสามารถเลือกปรับเทียบค่ามาตรฐานได้ทั้งในโหมดพื้นฐานหากต้องการเพียงตั้งค่าสมดุลแสงสีขาว (White Balance) และค่าแกมมา (Gamma) อย่างง่ายและรวดเร็ว หรืออาจเลือกใช้โหมดมืออาชีพสำหรับการควบคุมที่ครบถ้วน ทั้งการตั้งค่าอุณหภูมิสี (Color Temperature), ความส่องสว่าง (Luminance), ปริภูมิสี (Color Space) และแกมมา ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นขั้นตอนการตั้งค่านี้ได้ง่ายๆ เพียงแค่เล็งกล้องของสมาร์ทโฟนไปที่หน้าจอของ ViewFinity S9 และเมื่อปรับเทียบค่ามาตรฐานเรียบร้อยแล้ว พวกเขายังสามารถดูรายงานการตั้งค่าตลอดจนระดับความแม่นยำของสีที่แสดงเป็นค่า Delta E

ซัมซุงยังใส่ใจดูแลผู้ใช้ด้วยฟีเจอร์ Intelligent Eye Care ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการถนอมสายตาของ TUV แล้วว่าสามารถช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาได้แม้ใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ผิวหน้าจอแบบ Matte Display ของซัมซุงยังช่วยลดการสะท้อนและแสงจ้าบนหน้าจอลง จึงช่วยลดสิ่งรบกวนสมาธิในขณะที่ทำงาน

ViewFinity S9 มาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อที่หลากหลายสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั้ง Mac และ Windows โดยนอกจากพอร์ต USB-C แล้ว ยังมีช่องต่อสัญญาณขาเข้าทั้ง Thunderbolt 4 และ Mini DisplayPort ให้ด้วย ผู้ใช้สามารถชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ได้ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 90 วัตต์ และสามารถโอนถ่ายข้อมูลได้อย่างปลอดภัยด้วยความเร็วสูงสุดถึง 40 กิกะบิตต่อวินาที[4]

ซัมซุงใส่กล้อง SlimFit ความละเอียด 4K แบบติดตั้งในตัวเครื่อง เชื่อมต่อผ่านขั้วแบบ Pogo Pin โดยไม่ต้องใช้สายหรืออุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม มีความละเอียดสูง ให้คุณภาพของภาพที่ชัดเจนสดใสในการสื่อสารแบบวีดีโอคอลผ่านแอปต่างๆ เช่น Google Meet นอกจากนี้ยังปรับมุมก้มเงยของกล้องให้เหมาะสมกับมุมของตัวหน้าจอได้ และฟีเจอร์ Auto Framing[5] สามารถจัดทิศทางของกล้องเพื่อให้คุณปรากฏตัวอยู่ในเฟรมเสมอแม้ว่าคุณจะขยับตำแหน่งไปจากเดิม

ดีไซน์โลหะในรูปลักษณ์เพรียวบางของ ViewFinity S9 เข้าได้กับทุกพื้นที่ การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์สามารถปรับให้เข้ากับตำแหน่งและท่าทางได้แทบทุกรูปแบบให้ความสบายและช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขาตั้งหน้าจอปรับความสูงและองศาให้เหมาะสมกับระดับสายตาของผู้ใช้ได้ เมื่อใช้โหมด Pivot หน้าจอจะหมุน 90 องศาเพื่อให้ผู้ใช้อ่านข้อความในเอกสารยาวๆ ได้โดยไม่ต้องเลื่อนหน้าจอบ่อยๆ นอกจากนี้ระบบยึดหน้าจอที่รองรับมาตรฐานของ VESA ทำให้ผู้ใช้สามารถประหยัดพื้นที่และทำให้โต๊ะทำงานเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น

แอปพลิเคชัน Smart TV ที่ติดตั้งในตัวมอบประสบการณ์ในการรับชมทีวีอย่างเต็มรูปแบบเมื่อผู้ใช้ต้องการสลับไปรับชมความบันเทิงหลังเลิกงาน ยิ่งไปกว่านั้นยังเข้าถึงแอปสตรีมมิ่งและรายการยอดนิยมต่างๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์แยกต่างหาก รวมถึงมีโพงติดตั้งในตัวพร้อมระบบ Adaptive Sound+ ที่ปรับระดับเสียงรบกวนให้โดยอัตโนมัติ พร้อมรีโมทคอนโทรลให้ใช้งาน ทำให้หน้าจอรุ่นนี้รอบรับการใช้งานได้อย่างครบถ้วนทั้งในการทำงานและเพื่อความสนุกเพลิดเพลิน

นอกจากนี้ซัมซุงยังมีบริการ Door-to Door Service ซ่อมฟรีถึงที่สำหรับลูกค้ามอนิเตอร์ทุกรุ่นของซัมซุง ซัมซุงให้ความสำคัญในการให้บริการและมอบความสะดวกสบายแก่ลูกค้า โดยบริการซ่อมฟรีถึงสำนักงานหรือที่พัก เป็นเวลา 3 ปี ตามระยะเวลารับประกัน สำหรับลูกค้าที่ซื้อมอนิเตอร์ทุกรุ่นของซัมซุง ติดต่อผ่านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1282 ตลอด 24 ชั่วโมง