มโหฬาร!!! Microsoft ใช้ AI หารูรั่ว ออกแพตช์ใหญ่อุด 966 ช่องโหว่ แถมมี Zero-Day ถูกใช้โจมตีแล้ว
Microsoft ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2026 หรือ Patch Tuesday ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยแก้ไขช่องโหว่รวมถึง 966 รายการ ในผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของบริษัท ในจำนวนนี้มีช่องโหว่ระดับ Critical ถึง 105 รายการ และที่น่ากังวลคือพบ Zero-Day 2 รายการที่ถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว
Patch Tuesday รอบนี้มีช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 105 รายการ แบ่งเป็นช่องโหว่ที่เปิดทางให้รันโค้ดจากระยะไกล (Remote Code Execution) 81 รายการ, ยกระดับสิทธิ์ (Elevation of Privilege) 20 รายการ, เปิดเผยข้อมูล 2 รายการ และช่องโหว่ที่สามารถใช้หลบเลี่ยงฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอีก 1 รายการ
หากนับตามประเภทของช่องโหว่ทั้งหมด 966 รายการ พบว่าเป็นช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ 438 รายการ, Remote Code Execution 258 รายการ, Information Disclosure 173 รายการ, Denial of Service 56 รายการ, Security Feature Bypass 19 รายการ และ Spoofing 16 รายการ
ทั้งนี้ ตัวเลข 966 รายการเป็นเฉพาะช่องโหว่ที่ Microsoft ออกแพตช์ใน Patch Tuesday รอบนี้เท่านั้น ไม่รวมช่องโหว่อีก 204 รายการที่บริษัทแก้ไขไปก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ซึ่งกระจายอยู่ในบริการอย่าง Azure AI Language, Azure Cosmos DB, Copilot Studio, Entra ID, Microsoft Edge, Microsoft Fabric และ Power Automate
แพตช์ครั้งใหญ่ที่สุด หลังใช้ AI ช่วยหาช่องโหว่
จำนวนช่องโหว่ที่ถูกแก้ไขในครั้งนี้ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ Patch Tuesday ก่อนหน้า โดยเดือนกรกฎาคม Microsoft แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 570 รายการ และเดือนสิงหาคมอีก 400 รายการ
การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้เกิดขึ้นหลัง Microsoft เริ่มนำระบบ AI มาใช้ช่วยค้นหาช่องโหว่ ในผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของบริษัท ทำให้สามารถตรวจพบปัญหาด้านความปลอดภัยได้มากขึ้น
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป นอกจากแพตช์ด้านความปลอดภัยแล้ว Microsoft ยังออกอัปเดต Windows 11 และ Windows 10 ในรอบเดียวกัน โดยมีทั้งอัปเดตสะสมสำหรับ Windows 11 และอัปเดต Extended Security Update สำหรับ Windows 10
พบ Zero-Day 2 ช่องโหว่ ถูกนำไปใช้โจมตีแล้ว
ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ Patch Tuesday รอบนี้แก้ไข Zero-Day ที่ถูกใช้ในการโจมตีจริง 2 รายการ โดย Microsoft ใช้คำว่า Zero-Day กับช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะหรือถูกนำไปใช้โจมตี ในช่วงที่ยังไม่มีแพตช์อย่างเป็นทางการ
รายการแรกคือ CVE-2026-81963 ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ใน Windows Update Stack ซึ่งเปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์เข้าถึงเครื่องอยู่แล้ว สามารถยกระดับสิทธิ์จนได้ระดับ SYSTEM ซึ่งเป็นสิทธิ์สูงสุดระดับหนึ่งของ Windows
Microsoft ระบุว่าช่องโหว่นี้เกิดจากการจัดการเส้นทางของไฟล์ที่ไม่เหมาะสมก่อนเข้าถึงไฟล์ ทำให้สามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับสิทธิ์บนเครื่องเป้าหมายได้ อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าช่องโหว่นี้ถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริงอย่างไร
ช่องโหว่นี้ได้รับเครดิตการค้นพบจาก Romain Deperne และ Microsoft Threat Intelligence Center (MSTIC)
อีกช่องโหว่คือ CVE-2026-85880 ซึ่งอยู่ใน Windows Advanced Local Procedure Call (ALPC) กลไกภายใน Windows ที่ช่วยให้โปรเซสต่าง ๆ ติดต่อสื่อสารกัน
ช่องโหว่นี้เกิดจาก Heap-based Buffer Overflow ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์เข้าถึงเครื่องสามารถยกระดับสิทธิ์จนได้ระดับ SYSTEM เช่นเดียวกับช่องโหว่แรก และ Microsoft ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกนำไปใช้ในการโจมตีแล้ว
ช่องโหว่ดังกล่าวถูกค้นพบโดยทีมวิจัยจาก Volexity รวมถึง Mark Kelly, David Galazin และ Jeremy Hedges จาก Proofpoint แต่ Microsoft ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีที่ผู้โจมตีใช้ช่องโหว่นี้

