August 24, 2026

เตือนภัย! แฮกเกอร์ใช้ AI สร้างสคริปต์เจาะระบบ PLC จ้้องเล่นงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐฯ ออกคำเตือนภัยเกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำลังเกิดขึ้น โดยพบผู้โจมตีนำ AI มาช่วยสร้างสคริปต์สำหรับใช้ค้นหาและเจาะช่องโหว่ของระบบควบคุมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุปกรณ์ของ Siemens ตระกูล S7

การโจมตีครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็น “ภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้น” (Active Threat) และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุปกรณ์ Siemens เท่านั้น โดยผู้โจมตีกำลังใช้บริการสแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหา PLC ที่เปิดให้เข้าถึงจากภายนอก มีซอฟต์แวร์ล้าสมัย หรือขาดการป้องกันที่เหมาะสม คำเตือนดังกล่าวจัดทำโดยหน่วยงานสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ NSA, CISA, FBI, Department of Energy และ Environmental Protection Agency โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าการโจมตีเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์รายใด

เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมหลายภาคส่วน ตั้งแต่การผลิต พลังงาน ระบบน้ำและบำบัดน้ำเสีย อุตสาหกรรมเคมี อาหารและการเกษตร ไปจนถึงสถานประกอบการเชิงพาณิชย์

AI ลดกำแพงในการเจาะระบบโรงงาน

Siemens S7 เป็นตระกูล PLC ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบควบคุมเครื่องจักรและกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยรุ่นที่ถูกพบว่าเป็นเป้าหมายครอบคลุมตั้งแต่ S7-200, S7-300, S7-400, S7-1200 และ S7-1500 รวมถึงรุ่นที่ใช้สำหรับงานด้านความปลอดภัย

หน่วยงานสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้โจมตีนำข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับ Siemens S7 มาใช้ร่วมกับ AI เพื่อช่วยสร้างและปรับแต่งสคริปต์สำหรับภารกิจต่าง ๆ ตั้งแต่การเข้าถึงระบบ การค้นหาข้อมูลรับรองตัวตน ไปจนถึงการทำให้ระบบหยุดทำงาน

หนึ่งในเครื่องมือที่ตรวจพบเป็นสคริปต์ Python ที่อาศัยไลบรารีโอเพนซอร์สสำหรับระบบอัตโนมัติในโรงงาน ทำให้ดูคล้ายกับเครื่องมือสำหรับตรวจสอบระบบตามปกติ ขณะที่สามารถติดต่อกับ PLC เพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยความจำ การตั้งค่า และโปรแกรมควบคุมเครื่องจักรได้ สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่ากังวลคือ AI ช่วยลดทั้ง เวลาและทักษะทางเทคนิคที่จำเป็นต่อการพัฒนาเครื่องมือโจมตีระบบ ICS (Industrial Control Systems) ผู้โจมตีสามารถให้ AI ช่วยค้นคว้าข้อมูล ปรับเปลี่ยนสคริปต์ และทดลองแนวทางต่าง ๆ ได้รวดเร็วกว่าการพัฒนาด้วยมนุษย์เพียงอย่างเดียว

หาก PLC ถูกเปิดออกสู่อินเทอร์เน็ตโดยตรง หรือไม่ได้แยกออกจากเครือข่ายอื่นอย่างเหมาะสม การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของกระบวนการผลิต ความเสียหายต่ออุปกรณ์ เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย หรือการรั่วไหลของข้อมูล และในบางกรณีอาจส่งผลกระทบต่อระบบอื่นที่เชื่อมต่อกันเป็นลูกโซ่

ไม่ใช่แค่สหรัฐฯ เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีหลักฐานเพิ่มขึ้นว่า ผู้โจมตีกำลังนำ AI และ AI Agent เข้ามาช่วยทำงานในหลายขั้นตอนของการเจาะระบบ

ก่อนหน้านี้ Dream บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์จากอิสราเอล เปิดเผยการโจมตีหน่วยงานภาครัฐในเอเชียที่มีลักษณะเกือบเป็นอัตโนมัติ โดยรายงานจาก Financial Times และ Reuters ระบุว่า ไต้หวัน เป็นหนึ่งในเป้าหมาย

กระทรวงดิจิทัลของไต้หวันระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 กรกฎาคม 2026 มีลักษณะผสมผสานระหว่างเทคนิคการโจมตีแบบเดิมกับ AI Agent โดยใช้เฟรมเวิร์กที่สามารถแบ่งงานให้ Agent หลายตัวทำงานพร้อมกัน ทั้งการสำรวจระบบ ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้ วิเคราะห์ช่องโหว่ และค้นหาจุดอ่อนใน API และระบบยืนยันตัวตน

การตรวจสอบของ Dream พบว่า ภายในเวลาประมาณ 4 วัน ระบบที่ใช้ AI สามารถสร้างไฟล์จำนวน 1,395 ไฟล์ ได้บัญชีผู้ใช้ที่ถูกเจาะ 85 บัญชี และเข้าถึงข้อมูลบุคลากรมากกว่า 2,564 รายการ พร้อมสร้างช่องทางสำหรับรักษาการเข้าถึงระบบภายในหน่วยงาน

การโจมตียังขยายไปถึงผู้ให้บริการในห่วงโซ่อุปทานด้านไอที หน่วยงานด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ ระบบอีเมลภาครัฐ และบริษัทพลังงานมากกว่า 7 แห่ง โดย AI ถูกใช้เพื่อค้นหาการตั้งค่าที่ผิดพลาด ระบบบริหารจัดการที่เปิดเผย และช่องโหว่ที่สามารถนำไปใช้ต่อได้

ที่น่าจับตาคือเฟรมเวิร์กดังกล่าวยังสามารถค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลช่องโหว่ GitHub และงานวิจัยด้านความปลอดภัย เพื่อนำมาวิเคราะห์และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับระบบเป้าหมาย ทำให้กระบวนการโจมตีมีลักษณะ “เรียนรู้และปรับตัว” มากขึ้น

หน่วยงานสหรัฐฯ จึงแนะนำให้องค์กรที่ใช้ Siemens S7 และ PLC อื่น ๆ เร่งอัปเดตซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์ แยกระบบ OT ออกจากอินเทอร์เน็ตเมื่อไม่จำเป็น ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเข้มงวด และเฝ้าระวังความผิดปกติภายในระบบควบคุมอุตสาหกรรม

ที่มา