July 30, 2026

Broadcom ออกแพตช์ด่วน อุดช่องโหว่วิกฤต VMware vCenter เปิดทางแฮกเกอร์ยึดระบบ

Broadcom แจ้งเตือนช่องโหว่ความปลอดภัยชุดใหม่ในผลิตภัณฑ์ VMware ผ่านประกาศ VMSA-2026-0006 ซึ่งกระทบกับหลายผลิตภัณฑ์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น VMware vCenter Server, ESX/ESXi, Workstation, Fusion, VMware Cloud Foundation, vSphere Foundation รวมถึงผลิตภัณฑ์ในตระกูล Telco Cloud บางรุ่น

การอัปเดตครั้งนี้ครอบคลุมช่องโหว่ทั้งหมด 5 รายการ โดยมีคะแนนความรุนแรง (CVSS v3) ตั้งแต่ 2.7 ถึง 9.8 แต่ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือช่องโหว่ระดับ Critical สองรายการใน VMware vCenter ซึ่ง Broadcom ระบุว่า ไม่มีวิธีลดความเสี่ยงชั่วคราว (Workaround) องค์กรจึงควรเร่งติดตั้งแพตช์โดยเร็วที่สุด

เปิดทางข้ามระบบยืนยันตัวตนและรันโค้ดจากระยะไกล

ช่องโหว่แรก CVE-2026-59309 ได้รับคะแนนความรุนแรงสูงสุด 9.8 เป็นช่องโหว่ใน VMware Directory Service ที่ทำให้ผู้โจมตีซึ่งสามารถเข้าถึงเครือข่ายของเซิร์ฟเวอร์ vCenter สามารถ ข้ามระบบยืนยันตัวตน (Authentication Bypass) และเข้าสู่ระบบจัดการโครงสร้างพื้นฐานได้โดยไม่ต้องมีบัญชีผู้ใช้

ความเสี่ยงของช่องโหว่นี้ยิ่งสูงขึ้น เพราะ vCenter เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเสมือน (Virtual Infrastructure) ทั้งการควบคุม ESXi Host, เครื่องเสมือน (Virtual Machine), สิทธิ์ผู้ใช้งาน, Template และ Workflow ต่าง ๆ หากผู้โจมตียึดระบบได้ ก็อาจเข้าควบคุมสภาพแวดล้อม Virtualization ทั้งหมดขององค์กร

อีกช่องโหว่สำคัญคือ CVE-2026-59310 ซึ่งมีคะแนน CVSS 9.8 เช่นกัน เป็นช่องโหว่ Directory Traversal ในบริการ vCenter Syslog Server ทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อ รันโค้ดที่ต้องการบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Remote Code Execution) ได้

Broadcom ระบุว่า ทั้งสองช่องโหว่ ไม่ต้องใช้สิทธิ์ใด ๆ และไม่ต้องให้ผู้ใช้ดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม เพียงแค่ผู้โจมตีสามารถเชื่อมต่อมายังระบบที่ได้รับผลกระทบผ่านเครือข่ายก็อาจเริ่มการโจมตีได้

ยังพบช่องโหว่ VM Escape ใน ESX

นอกจากปัญหาใน vCenter แล้ว ยังมีช่องโหว่ร้ายแรงอีกหนึ่งรายการคือ CVE-2026-47876 ซึ่งมีคะแนน 9.3 อยู่ในอะแดปเตอร์เครือข่ายเสมือน VMXNET3

หากผู้โจมตีมีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบภายในเครื่อง Virtual Machine ที่ใช้ VMXNET3 ก็อาจใช้ช่องโหว่นี้เพื่อรันโค้ดบน ESX Host ได้ ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า VM Escape หรือการหลบหนีออกจากเครื่องเสมือนไปยังระบบโฮสต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุดในสภาพแวดล้อม Virtualization อย่างไรก็ตาม เครื่องเสมือนที่ไม่ได้ใช้อะแดปเตอร์ VMXNET3 จะไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้

นอกจากนี้ Broadcom ยังแก้ไขช่องโหว่อีก 2 รายการ ได้แก่ CVE-2026-41703 (CVSS 7.6) ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลรั่วไหลหรือทำให้บริการบางส่วนหยุดทำงาน และ CVE-2026-41709 (CVSS 2.7) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบันทึก Log ของ ESXi ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ผู้ดูแลระบบที่มีเจตนาไม่ดีสามารถดำเนินการบางอย่างโดยไม่มีหลักฐานบันทึกในระบบ

แนะนำให้อัปเดตทันที

Broadcom แนะนำให้องค์กรอัปเดตระบบตามเวอร์ชันที่ระบุในประกาศ VMSA-2026-0006 โดยเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ได้แก่

  • vCenter 9.1 อัปเดตเป็น 9.1.0.0300
  • vCenter 9.0 อัปเดตเป็น 9.0.2.0100
  • vCenter 8.0 อัปเดตเป็น 8.0 U3k

สำหรับ ESXi ควรติดตั้งเวอร์ชันที่ Broadcom ระบุให้ตรงกับสภาพแวดล้อมขององค์กร ขณะที่ผู้ใช้งาน VMware Cloud Foundation 5.x ต้องใช้กระบวนการอัปเดตแบบ Asynchronous Patching และลูกค้า Telco Cloud ควรปฏิบัติตามแนวทางในฐานความรู้ของ Broadcom

นอกจากการติดตั้งแพตช์แล้ว ทีมรักษาความปลอดภัยควรจำกัดการเข้าถึงหน้าจัดการ vCenter ให้อยู่เฉพาะเครือข่ายสำหรับผู้ดูแลระบบ ตรวจสอบบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับสูง รวมถึงเฝ้าระวังกิจกรรมที่ผิดปกติ เช่น ความพยายามเข้าสู่ระบบที่น่าสงสัย การสร้างบัญชีผู้ดูแลระบบใหม่ การเปลี่ยนแปลงค่าคอนฟิก และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ VMXNET3 เพื่อช่วยลดความเสี่ยงหากเกิดการโจมตีขึ้นก่อนที่ทุกระบบจะได้รับการอัปเดตครบถ้วน

ที่มา