Ferrari จับมือ IBM ใช้ AI สร้างสีสันให้ผู้ชม F1
Formula 1 กำลังเปลี่ยนจากแค่ “กีฬาความเร็ว” ไปสู่สนามแข่งขันด้านเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ ล่าสุด Ferrari เดินเกมใหม่ จับมือกับ IBM นำ AI เข้ามาสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ เพื่อเปลี่ยนแฟน F1 ให้กลายเป็น “ซูเปอร์แฟน” ที่ใกล้ชิดกับทีมมากกว่าเดิม
IBM เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้บริษัทมีพาร์ตเนอร์ด้านกีฬาหลายประเภท แต่ยังขาด “Formula One” ซึ่งกำลังเป็นสนามแข่งขันสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น AWS, Oracle หรือ Anthropic ที่ต่างเข้าไปทำงานร่วมกับทีมแข่ง เพื่อใช้ข้อมูลและ AI สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
และเมื่อ IBM มองหาพาร์ตเนอร์รายใหญ่รายต่อไป บริษัทจึงเลือกจับมือกับ Scuderia Ferrari หนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ F1
Kameryn Stanhouse รองประธานฝ่าย Sports and Entertainment Partnerships ของ IBM ระบุว่า จุดแข็งสำคัญของกีฬา คือ “ข้อมูล” เพราะการแข่งขันแต่ละครั้งมีข้อมูลมหาศาลที่สามารถนำมาใช้ร่วมกับ AI ได้ และทำให้ผู้คนเห็นภาพชัดขึ้นว่า AI สามารถช่วยพวกเขาได้อย่างไร
หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการยกระดับ “การเล่าเรื่อง” ให้แฟนรู้สึกใกล้ชิดกับทีมมากขึ้น ผ่านการปรับโฉมแอปแฟนคลับของ Ferrari ใหม่เกือบทั้งหมด
Ferrari ถึงขั้นสร้างตำแหน่งใหม่ชื่อ “Head of Fan Development” และแต่งตั้ง Stefano Pallard เข้ามาดูแลโดยเฉพาะ ซึ่งเขาระบุว่า เป้าหมายของทีมไม่ใช่แค่เข้าถึงแฟนจำนวนมาก แต่คือการทำให้ “แฟนแต่ละคนรู้สึกว่า Ferrari รู้จักพวกเขาจริงๆ”
ข้อมูลจากสนามแข่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ เพราะในแต่ละการแข่งขัน ทีม F1 จะประมวลผลข้อมูลหลายล้านจุดต่อวินาที ทั้งการเคลื่อนไหวของรถและนักแข่ง ซึ่ง AI จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลซับซ้อนเหล่านี้ให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่แฟนทั่วไปเข้าใจและสนุกไปกับมันได้ง่ายขึ้น
Ferrari ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีม ที่เลือกพัฒนาแอปแฟนคลับของตัวเองแบบเต็มรูปแบบ แทนที่จะพึ่งเฉพาะโซเชียลมีเดียหรือแพลตฟอร์มหลักของ F1 เหมือนหลายทีมในวงการ
หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ดูเล็กแต่สำคัญ คือการเพิ่ม “ภาษาอิตาเลียน” เข้าไปในแอปเป็นครั้งแรก แม้ Ferrari จะเป็นแบรนด์จากอิตาลี และมีฐานแฟนชาวอิตาเลียนจำนวนมากก็ตาม
IBM ระบุว่า แอปเวอร์ชันเก่าของ Ferrari เป็นเพียงพื้นที่ให้แฟนเข้ามาดูข้อมูลการแข่งขันแล้วก็ออกไป แต่เวอร์ชันใหม่ถูกออกแบบให้แฟน “อยู่กับทีมได้นานขึ้น” ผ่านฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก เช่น
- เกมให้แฟนเล่นร่วมกันในแอป
- ระบบสรุปการแข่งขันด้วย AI
- คอนเทนต์เบื้องหลังทีมและนักแข่ง
- พื้นที่ทำนายผลการแข่งขัน
- AI Companion สำหรับตอบคำถามแฟนๆ
Stanhouse ยกตัวอย่างว่า หลายคนอาจรู้ว่าทีมมีนักแข่ง 2 คน แต่ไม่รู้ว่า การเปลี่ยนยางหนึ่งครั้ง ต้องใช้คนถึง 24 คนทำงานพร้อมกันภายในเวลาเพียง 2 วินาที ซึ่งการเล่าเรื่องเบื้องหลังแบบนี้ ช่วยให้แฟนรู้สึกผูกพันกับทีมมากขึ้น
IBM ยังระบุว่า หลังเข้ามาพัฒนาแอปใหม่ อัตราการมีส่วนร่วมของแฟนในช่วงสุดสัปดาห์การแข่งขันเพิ่มขึ้นถึง 62%
ขณะเดียวกัน Ferrari ยังใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมของแฟนในแอป เช่น คอนเทนต์ที่คนสนใจ หรืออารมณ์ความรู้สึกจากข้อความที่แฟนส่งเข้ามา เพื่อปรับรูปแบบการเล่าเรื่องและพัฒนาคอนเทนต์ให้ตรงใจมากขึ้น
อีกประเด็นสำคัญคือ ฐานแฟน F1 ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยสถิติล่าสุดระบุว่า 75% ของแฟนใหม่เป็นผู้หญิง และหลายคนอยู่ในกลุ่ม Gen Z
หนึ่งในแรงดึงดูดสำคัญคือ F1 Academy ลีกแข่งรถหญิงล้วนที่ตั้งขึ้นเพื่อผลักดันนักแข่งหญิงรุ่นใหม่เข้าสู่วงการ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแฟนหน้าใหม่หรือแฟนรุ่นเก่า สิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกันคือ “มากกว่าเดิม”
Stefano Pallard ระบุว่า แฟนยุคใหม่ต้องการข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น ต้องการฟีเจอร์มากขึ้น และทีมต้องสามารถตอบสนองสิ่งเหล่านี้ได้
พร้อมย้ำว่า เป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าของ Ferrari และ IBM คือการทำให้แฟนทุกคนรู้สึกว่า ประสบการณ์ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะติดตามทีมมาแล้ว 30 ปี หรือเพิ่งเป็นแฟนได้เพียง 30 วัน

