AI จับผิดคน? เกือบทำคนบริสุทธิ์ติดคุก
เทคโนโลยี Facial Recognition หรือระบบจดจำใบหน้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังเกิดกรณีผู้บริสุทธิ์หลายรายถูกจับกุมเพราะระบบระบุตัวตนผิดพลาด ล่าสุดมีรายงานว่าหญิงชาวรัฐเทนเนสซีในสหรัฐฯ ต้องติดคุกเกือบ 6 เดือน หลังซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าระบุว่าเธอเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงธนาคาร ทั้งที่เธอไม่เคยเดินทางไปยังรัฐที่เกิดเหตุเลย
กรณีดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างล่าสุดของปัญหาที่กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการเทคโนโลยีและกฎหมาย เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้น รายงานระบุว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างน้อย รายที่ 9 ในสหรัฐฯ ที่ถูกจับกุมผิดตัวจากระบบจดจำใบหน้า ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าเทคโนโลยี AI ที่ใช้ในการบังคับใช้กฎหมายมีความแม่นยำเพียงพอหรือไม่
เมื่อ AI ระบุตัวคนผิด ผู้บริสุทธิ์เกือบต้องติดคุก
ในคดีล่าสุด ตำรวจเมืองฟาร์โก รัฐนอร์ทดาโคตา ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงธนาคาร ก่อนที่ระบบจะระบุว่าผู้หญิงคนหนึ่งในรัฐเทนเนสซีมีใบหน้าตรงกับผู้ก่อเหตุ
จากผลการจับคู่ของ AI เจ้าหน้าที่จึงใช้ข้อมูลอื่น ๆ เช่นภาพจากโซเชียลมีเดียและใบขับขี่ของเธอเพื่อยืนยันตัวตน ก่อนออกหมายจับและควบคุมตัวเธอไปดำเนินคดี ทั้งที่ภายหลังพบว่าเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวเลย
ผู้หญิงรายนี้ถูกควบคุมตัวเป็นเวลาหลายเดือน ก่อนที่ทนายความจะสามารถนำหลักฐาน เช่นข้อมูลธุรกรรมธนาคาร มาแสดงว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเธออยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุหลายร้อยกิโลเมตร จึงทำให้คดีถูกยกเลิกในที่สุด
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ระบบ AI จะถูกนำมาใช้ช่วยงานสืบสวน แต่หากเจ้าหน้าที่พึ่งพาผลลัพธ์จากระบบมากเกินไป ก็อาจนำไปสู่การจับกุมคนผิดได้
แม้เกิดข้อผิดพลาดหลายครั้ง แต่ตำรวจยังคงใช้เทคโนโลยีนี้
แม้จะมีกรณีจับกุมผิดตัวเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจำนวนมากยังคงใช้ระบบจดจำใบหน้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมองว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้รวดเร็ว และช่วยประหยัดเวลาการสืบสวน
เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยนำภาพใบหน้าจากกล้องวงจรปิดหรือภาพถ่ายไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เช่นภาพจากทะเบียนผู้ต้องหา ใบขับขี่ หรือฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐ เพื่อค้นหาบุคคลที่มีลักษณะใบหน้าใกล้เคียงกันมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเตือนว่าการใช้ AI ในการระบุตัวบุคคลยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อภาพจากกล้องวงจรปิดมีคุณภาพต่ำ มุมกล้องไม่ชัด หรือแสงไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้ระบบระบุคนผิดได้ง่ายขึ้น

