February 25, 2026

หน้า AI ปลอมเนียนเกิน! นักวิจัยเตือน มนุษย์เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าใครคือคนจริง

ภาพใบหน้าที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์กำลังพัฒนาไปไกลกว่าที่หลายคนคาดคิด เมื่อนักวิจัยออกมาเตือนว่า “ใบหน้าปลอมจาก AI” ในปัจจุบันมีความสมจริงจนผู้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถแยกออกจากภาพคนจริงได้อีกต่อไป และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ผู้ใช้งานจำนวนมากยังเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถจับผิดได้ ทั้งที่ความจริงแล้วกลับถูกหลอกได้ง่ายกว่าที่คิด

รายงานวิจัยล่าสุดชี้ว่าเทคโนโลยีสร้างภาพใบหน้าด้วย AI ได้ก้าวเข้าสู่ระดับที่เรียกว่า “ดีเกินจริง” หรือสมจริงจนเกินกว่าธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมองมนุษย์ตีความภาพเหล่านี้ว่าเป็นของจริงโดยอัตโนมัติ

เมื่อใบหน้า AI สมจริงจนมนุษย์ตัดสินพลาด

ในการทดลอง นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมพยายามแยกภาพใบหน้าคนจริงออกจากภาพที่สร้างโดย AI ผลลัพธ์พบว่าคนทั่วไปสามารถตรวจจับภาพปลอมได้เพียงประมาณ 30% เท่านั้น ขณะที่แม้แต่กลุ่มที่มีความสามารถจดจำใบหน้าสูงหรือ “super-recognizers” ก็ยังทำได้เพียงราว 41% ซึ่งถือว่าไม่ต่างจากการเดาสุ่มมากนัก

สาเหตุสำคัญมาจากการที่ AI สร้างใบหน้าที่มีความสมมาตรสูง ผิวพรรณเรียบเนียน และองค์ประกอบทางสถิติที่ “ดูสมบูรณ์แบบ” มากกว่ามนุษย์จริง ทำให้ผู้คนตีความว่าใบหน้าเหล่านี้น่าเชื่อถือและเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิมเสียอี

งานวิจัยยังพบอีกว่าผู้คนมักประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินจริง คิดว่าสามารถจับภาพปลอมได้ง่าย ทั้งที่ในทางปฏิบัติกลับถูกหลอกได้บ่อย ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงในโลกดิจิทัล

ความเสี่ยงใหม่ของโลกออนไลน์ เมื่อ “ตัวตนปลอม” สร้างได้ภายในไม่กี่วินาที

ความสมจริงระดับนี้ทำให้ใบหน้า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงอีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นเครื่องมือที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การสร้างโปรไฟล์ปลอมบนโซเชียลมีเดีย การหลอกลวงทางออนไลน์ หรือการหลบเลี่ยงระบบยืนยันตัวตนที่ใช้ภาพใบหน้าเป็นหลั

นักวิจัยระบุว่าปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่ความสมจริงของ AI แต่คือข้อจำกัดของการรับรู้ของมนุษย์เอง เพราะเมื่อภาพสังเคราะห์มีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ การพึ่งพาสายตามนุษย์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไปในการแยกแยะความจริงกับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น

ที่มา