“ลูซิด” ภูมิใจเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้าของบริษัท เป็นแรงผลักดัน “แอสตัน มาร์ติน” สู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า

ลูซิด กรุ๊ป อิงค์ (Lucid Group, Inc.) (NASDAQ: LCID) บริษัทยานยนต์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ในด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่หรูหราด้วยยนตรกรรมเจ้าของรางวัลรถหรู (World Luxury Car Award) ประจำปี 2566 อย่างลูซิด แอร์ (Lucid Air) ประกาศทำข้อตกลงขั้นสุดท้าย เพื่อจับมือเป็นพันธมิตรพัฒนาเทคโนโลยีทางกลยุทธ์ในระยะยาวกับแอสตัน มาร์ติน (Aston Martin) เพื่อช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ระบบไฟฟ้าสมรรถนะสูง และผลักดันให้แบรนด์อังกฤษรายนี้เติบโตได้ในระยะยาว

ความสัมพันธ์นี้มีขึ้นเป็นครั้งแรกสำหรับลูซิด โดยจะเปิดโอกาสให้แอสตัน มาร์ติน เข้าถึงเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก ซึ่งลูซิดออกแบบและผลิตขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ที่แอสตัน มาร์ติน จะพัฒนาต่อไปในอนาคต ข้อตกลงดังกล่าวยังช่วยให้แอสตัน มาร์ติน ได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจากลูซิด ในการผสานรวมเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์เข้ากับแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่แอสตัน มาร์ติน เป็นผู้พัฒนา รวมถึงการจัดหาส่วนประกอบของลูซิดด้วย

“ความร่วมมือครั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างแบรนด์ที่มีเรื่องราวและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ผู้คว้าชัยชนะที่เลอม็อง (Le Mans) และกวาดความสำเร็จมามากมายหลายโอกาสในรายการเอฟวัน (F1) อย่างแอสตัน มาร์ติน กับนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันเป็นที่สุดของซิลิคอนแวลลีย์จากลูซิด” คุณปีเตอร์ รอว์ลินสัน (Peter Rawlinson) ซีอีโอและซีทีโอของลูซิด กล่าว “เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์นี้ แอสตัน มาร์ติน จึงเลือกลูซิด โดยตระหนักถึงประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าชั้นนำของโลกมาใช้ ซึ่งเห็นได้จากระยะทาง 516 ไมล์ตามมาตรฐาน EPA ซึ่งรถไฟฟ้าลูซิด แอร์ แกรนด์ ทัวริง (Lucid Air Grand Touring) ได้ทำสถิติเอาไว้”

“ข้อตกลงในการจัดหาที่ตกลงไว้กับลูซิดนี้ นับเป็นตัวเปลี่ยนเกมให้แอสตัน มาร์ติน เติบโตได้ในอนาคต โดยมีรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวนำ” คุณลอว์เรนซ์ สโตรลล์ (Lawrence Stroll) ประธานบริหารของแอสตัน มาร์ติน กล่าว “เมื่อประเมินตามกลยุทธ์และข้อกำหนดของเราแล้ว เราก็ได้เลือกลูซิดเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุดในอุตสาหกรรม และได้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด สำหรับผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในอนาคตของเรา”

แอสตัน มาร์ติน ได้เลือกลูซิด โดยผ่านขั้นตอนที่ดำเนินการมาอย่างเข้มข้น ซึ่งทางลูซิดจะมอบเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้าขั้นสูง รวมถึงชุดขับเคลื่อนมอเตอร์คู่สมรรถนะสูงพิเศษ เทคโนโลยีแบตเตอรี่อันเลื่องชื่อ และวันเดอร์บ็อกซ์ (Wunderbox) ที่จะเข้ามาพลิกวงการ โดยผสานพลังอันมหาศาลของชุดขับหลังมอเตอร์คู่ เข้ากับระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง เพื่อขยายขีดความสามารถของรถให้เกินกว่าที่ทำได้ด้วยระบบขับเคลื่อนออลวีลแบบพาสซีฟ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้ำหน้าเหล่านี้ผสานรวมการระบายความร้อนด้วยไมโครเจ็ตสเตเตอร์ (microjet stator) และขดลวดแบบคลื่นของลูซิด เทคโนโลยีแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใหม่ และอัตราการไหลของน้ำหล่อเย็นที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงระบบแบตเตอรี่ที่ให้มาด้วย ซึ่งได้รับการอัปเกรดใหม่ให้มีกำลังสูงขึ้นและลอจิกความร้อนที่แม่นยำยิ่งขึ้น

โดยสรุปแล้ว ข้อตกลงนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของลูซิดในการเปิดโอกาสให้แอสตัน มาร์ติน ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเท่าที่มี เพื่อขับเคลื่อนบริษัทให้บรรลุเป้าหมายในการเปิดตัวรถแอสตัน มาร์ติน รุ่นแรกที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2568 ตลอดจนสนับสนุนกลยุทธ์ความยั่งยืน Racing. Green. นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังถือเป็นความร่วมมือแรกระหว่างผู้ผลิตรถยนต์กับธุรกิจเทคโนโลยีของลูซิด นับเป็นการขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัท และปูทางไปสู่การใช้งานเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้าที่ปฏิวัติวงการของบริษัทให้เป็นกระแสหลักมากขึ้นในอนาคต เมื่อช่วงต้นปีนี้ ลูซิดเพิ่งเปิดตัวระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ากำลังสูง ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับใช้ในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะ