June 16, 2024

ฉีกทุกกรอบความคิดพร้อมสนุกไปกับชีวิตได้มากกว่าที่เคยด้วย Galaxy S23 Series อัดแน่นด้วยนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพระดับท็อป ประสิทธิภาพการเล่นเกมที่เหนือขั้น

 ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนซัมซุง Galaxy S23 Ultra, Galaxy S23+, และ Galaxy S23 อย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ ซึ่งนับเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของสุดยอดประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม ครั้งนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพกล้องอันเยี่ยมยอดให้ผู้ใช้ได้ระเบิดความคิดสร้างสรรค์มากกว่าที่เคย

เช่น  การถ่ายวิดีโอในโหมด Nightography ด้วย AI ที่ปรับแต่งให้เข้ากับความชอบของแต่ละคนได้ และชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy ที่ถูกปรับแต่งเป็นพิเศษภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของซัมซุงและ Qualcomm ทำให้ Galaxy S23 Series รองรับการเล่นเกมพร้อมแสดงกราฟิกที่เร็วที่สุดในโลกต่อเนื่องราบรื่นและทรงพลัง[i] Galaxy S23 Ultra ยังมาพร้อมปากกา S Pen[ii] ที่ครองใจแฟนๆ สมาร์ทโฟนกาแล็คซี่มาอย่างยาวนาน ซึ่งช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดบันทึก การทำงานอดิเรก และ อีกมากมาย โดย Galaxy S23 series ได้มาพร้อมกับมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนในด้านการส่งเสริมความยั่งยืน ภายใต้ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยวัสดุรีไซเคิลที่มากกว่าสมาร์ทโฟนซัมซุงกาแล็คซี่รุ่นอื่นๆ[iii]

“เทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อผู้คนมากที่สุดไม่ใช่แค่ถูกวัดจากสิ่งที่ผู้คนได้รับในวันนี้ แต่รวมหมายถึงเทคโนโลยีเหล่านั้นต้องสามารถทำให้ทุกคนมีอนาคตที่ดีกว่าได้ด้วย” ทีเอ็ม โรห์ ประธานและผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ โมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว “Galaxy S23 Series เป็นมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนระดับ   พรีเมี่ยมที่ผู้บริโภคไว้วางใจได้ โดยซัมซุงได้สร้างนิยามใหม่ของประสิทธิภาพอันทรงพลังที่สุดโดยผสานวัตกรรมและพลังที่ยั่งยืนลงในผลิตภัณฑ์ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง”

กล้องถ่ายภาพที่มาพร้อมกับจำนวนเมกะพิกเซลสูงสุด และฟีเจอร์เพื่อการสร้างสรรค์ที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะใช้งานกลางวันหรือกลางคืน

Galaxy S23 Ultra ช่วยให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่มเก็บภาพปรากฏการณ์ต่างๆ ที่น่าตื่นตะลึงได้ด้วยกล้องที่มาพร้อมกับระบบที่ทันสมัยที่สุดใน Galaxy S Series ซึ่งถูกปรับแต่งให้รองรับทั้งการใช้งานในเกือบทุกสภาพแสงและยังสามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างครบถ้วนและน่าอัศจรรย์ โดยฟีเจอร์ Nightography ที่ได้ถูกพัฒนาจะปรับเปลี่ยนวิธีการที่ Galaxy S Series ปรับแต่งภาพถ่ายและวิดีโอได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกวิดีโอเพลงโปรดในคอนเสิร์ต การถ่ายเซลฟี่ในอควาเรียม หรือการถ่ายภาพหมู่กับเพื่อนๆ ในมื้อเย็น หรือในซีนไหนๆ ภาพถ่าย หรือวิดีโอก็ให้  ผลลัพธ์ที่คมชัดทั้งสิ้น[iv] นอยซ์ที่มักปรากฎบนภาพถ่ายเมื่อถ่ายภาพในที่แสงน้อยจะได้รับการแก้ไขโดย AI การประมวลสัญญาณภาพรุ่นใหม่ที่จะช่วยปรับแต่งรายละเอียดให้วัตถุและโทนสีคมชัดยิ่งขึ้น

Galaxy S23 Ultra ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกใน Galaxy S Series ที่ใช้เซนเซอร์รับภาพ Adaptive Pixel ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ช่วยให้บันทึกภาพเหตุการณ์ที่สำคัญได้อย่างชัดเจนที่สุด เซนเซอร์นี้ใช้การผสานพิกเซลเพื่อช่วยกระบวนการประมวลผลภาพความละเอียดสูงหลากหลายชุดที่ทำงานพร้อมกัน[v] และปัจจุบันว่ากล้องหน้าถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ผู้คนต่างใช้ในการติดต่อสื่อสาร ดังนั้นทั้ง Galaxy S23, Galaxy S23+, และ Galaxy S23 Ultra จึงมาพร้อมกับกล้องหน้ารุ่นแรกที่มีทั้งระบบออโต้โฟกัสอันรวดเร็ว และเทคโนโลยี Galaxy Super HDR เป็นครั้งแรก ซึ่งได้ยกระดับเฟรมเรทจาก 30 เฟรมต่อวินาทีเป็น 60 เฟรมต่อวินาที เพื่อภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่คมชัดมากยิ่งขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 

สำหรับผู้ที่ต้องการภาพถ่ายสุดครีเอทีฟ Galaxy S Series ได้มาพร้อมกับเครื่องมือมากมายที่จะมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน Expert RAW[vi]  ที่ ช่วยให้ถ่ายภาพได้เหมือนกับการใช้กล้อง DSLR โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์กล้องขนาดใหญ่อื่นๆ รวมทั้งยังปรับแต่งภาพได้ทั้งไฟล์ RAW และ JPEG  นอกจากนี้ Expert RAW  ยังมาพร้อมกับความสามารถในการถ่ายภาพซ้อน (Multi-Exposure photo) และยังบันทึกภาพทางช้างเผือกได้อย่างคมชัดด้วยฟีเจอร์ Astrophoto โดยแอปพลิเคชัน Expert RAW สามารถเข้าถึงได้ผ่าน Samsung Camera app หลังจากที่ดาวน์โหลดลงบน Galaxy S23  ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการซูมแบบใหม่บนแอป Camera Controller[vii] บน Galaxy Watch5 Series ช่วยให้ถ่ายภาพที่แสนสมบูรณ์แบบได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ทวอทช์


ฟีเจอร์ทางด้านการถ่ายภาพสุดพี๊คคคอื่นๆ:

  • ภาพถ่ายในที่แสงน้อย หรือภาพถ่ายที่เบลอจากการถ่ายภาพในสถาณการณ์ต่างๆ สามารถคมชัดได้ด้วยระบบ Doubled Optical Image Stabilizer (OIS) ที่ทำงานในทุกทิศทาง
  • ด้วยความสามารถในการถ่ายวิดีโอความละเอียด 8K[viii] ที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้รองรับการถ่ายวิดีโอมุมกว้าง ยกระดับเฟรมเรทเป็น 30 เฟรมต่อวินาที ทำให้ทุกการถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ความรู้สึกราวกับกำลังรับชมภาพยนตร์
  • คุณสมบัติการวิเคราะห์วัตถุด้วย AI ที่สามารถวิเคราะห์ได้ทุกรายละเอียดในเฟรม รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ เช่น เส้นผมและดวงตา เพื่อให้สามารถเก็บทุกรายละเอียดที่สะท้อนความเป็นตัวตนของทุกคนในภาพถ่ายได้ดีที่สุด
  • ฟีเจอร์ 360 Audio Recording[ix] on บน Galaxy Buds2 Pro มาพร้อมกับความสามารถในการสร้างเสียงหลายมิติ ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การรับชมวิดีโอให้ดียิ่งขึ้น

ซัมซุงยังได้ปรับปรุงดีไซน์กล้องถ่ายภาพใหม่สำหรับ Galaxy S23 และ Galaxy S23+ ด้วยการนำตัวเรือนทรงโค้งที่ล้อมบริเวณเลนส์กล้องออก นับเป็นอีกความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและทำให้  Galaxy S Seriesโดดเด่นยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพระดับพรีเมี่ยม พร้อมก้าวเข้าสู่เจนใหม่ของการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟน

ครีเอเตอร์และเกมเมอร์มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดและชอบจินตนาการถึงสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นไปได้อยู่เสมอ ซัมซุงและ Qualcomm ได้มอบประสบการณ์การใช้งาน สมาร์ทโฟนซัมซุง Galaxy ด้วย ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ต Snapdragpn ที่เร็วแรงที่สุดที่มีอยู่ในตอนนี้[x] ในขณะเดียวกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh[xi] จะให้พลังงานแก่กล้องที่มีขนาดใหญ่กว่า S22 Ultra โดยไม่เพิ่มขนาดของเครื่อง

สถาปัตยกรรม Micro GPU ที่ถูกออกแบบใหม่ทำให้ประสิทธิภาพการประมวลผลของ Galaxy S23 Series เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy S22 Series[xii] การถ่ายภาพอันน่าตื่นตะลึงในที่อับแสงต้องการการคำนวณนับล้านต่อวินาที ดังนั้นสถาปัตยกรรม NPU ที่มีประสิทธิภาพสูงของซัมซุงกาแล็คซี่จึงได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานถึง 49% เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการแสดงผลและพลังงานในระหว่างที่ใช้งาน AI Algorithm เพื่อช่วยผู้ใช้ถ่ายภาพและวิดีโอ หนึ่งในการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญของ Galaxy S23 Series คือการเพิ่มความสามารถในการทำงานของ GPU ที่สามารถทำงานได้เร็วขึ้นถึง 41% เมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy S22 Series และดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้พลังงาน

ด้วยความคาดหวังถึงอนาคตอันสมจริงที่สุดในยุคดิจิทัล Galaxy S23 Ultra พร้อมที่จะรองรับ Ray Tracing แบบเรียลไทม์หรือการจำลองแสงเงาของวัตถุอันเป็นคุณสมบัติที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ของเกมบนสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้เล่นเห็นภาพในเกมแบบสมจริงยิ่งขึ้นโดยอาศัยการทำงานของเทคโนโลยีที่สามารถจำลองและติดตามลักษณะของแสงในเกมได้ทุกจุด นอกจากนี้ช่องระบายความร้อนยังมีขนาดใหญ่ขึ้น[xiii]  ทำให้เหล่าเกมเมอร์มั่นใจได้ว่าประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนจะไม่ลดลงไม่ว่าผู้ใช้จะเล่นเกมแบบมาราธอนขนาดไหนก็ตาม

ฟีเจอร์อันทรงพลัง ของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.8 นิ้วในรุ่น Ultra[xiv] ดีไซน์ขอบที่โค้งน้อยลงเพื่อพื้นที่การใช้งานหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นและแบนลงกว่าเดิม[xv] ซึ่งมอบประสบการณ์การรับชมที่สว่างและดีที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เฉพาะที่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งโทนสีและระดับความต่างของสีขาวและดำได้เพื่อลดอาการล้าของดวงตาเมื่อใช้งานกลางคืน อีกทั้งมาพร้อมกับฟีเจอร์ Vision Booster ที่สามารถปรับระดับแสงหน้าจอได้ถึง 3 ระดับ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 2 ระดับ เพื่อให้มองเห็นหน้าจอได้ชัดขึ้นขณะใช้งานกลางแดด

ดีไซน์ด้วยใจที่รักษ์โลก 

Galaxy S23 Series ชูแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วยการมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ตั้งแต่ Galaxy S22 series เป็นต้นมา Samsung Galaxy ได้เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลจากการใช้วัสดุรีไซเคิลกับส่วนประกอบภายในทั้งหมด 6 ชิ้นใน Galaxy S22 Ultra เพิ่มขึ้นเป็น 12 ชิ้นกับทั้งส่วนประกอบทั้งภายในและภายนอกใน Galaxy S23 Ultra โดยในสมาร์ทโฟน Galaxy S23 series ได้มีการใช้วัสดุรีไซเคิลที่หลากหลายในการผลิตมากกว่าสมาร์ทโฟนซัมซุง Galaxy รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการใช้อะลูมิเนียมเหลือใช้ในระหว่างการผลิตต่างๆแก้วรีไซเคิล และพลาสติกรีไซเคิลจากตาข่ายดักปลา รวมถึงขวด PET และถังน้ำ

นอกจากนี้ Galaxy S23 Series ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในท้องตลาดที่ใช้กระจก Corning® Gorilla® Glass Victus® 2  ซึ่งเสริมความทนทานให้กับเครื่องได้เป็นอย่างดี และยังผลิตโดยใช้วัสดุที่นำมารีไซเคิลมากถึง 22%[xvi] โดยบรรจุภัณฑ์ของ Galaxy S23 ทุกรุ่นได้  ถูกออกแบบขึ้นใหม่โดยใช้กระดาษรีไซเคิลทั้งหมด

ซัมซุงมุ่งทำทุกวิถีทางให้ Galaxy S23 Series มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดโดยไม่ส่งผลต่อคุณภาพและความสวยงามของผลิตภัณฑ์ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ยังผ่านการรับรอง UL ECOLOGO®[xvii] ซึ่งรับรองว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงตามเกณฑ์ที่กำหนด

Galaxy S23 Series ยังมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมได้ต่อเนื่องหลายปีเนื่องจากรองรับการอัพเกรดระบบปฏิบัติการได้สูงถึง 4 รุ่น อีกทั้งยังรองรับการอัพเดทด้านความปลอดภัยได้ยาวนานถึง 5 ปี[xviii] ผู้ใช้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ ของซัมซุง เช่น Samsung Care+[xix] บริการที่มีไว้สำหรับดูแลและแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับลูกค้าซัมซุงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากอุบัติเหตุ การซ่อมแซม หรือปัญหาอื่นๆ เป็นต้น

คุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่โปร่งใสและใช้ง่าย

ประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวคือรากฐานของ Galaxy  S23 Series โดยทุกรุ่นมีระบบความปลอดภัย Samsung Knox แบบครบวงจรของซัมซุง ซึ่งได้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากรัฐบาลและอุตสาหกรรมต่างๆ มากกว่าสมาร์ทโฟนโทรศัพท์มือถือ แพลตฟอร์ม หรือโซลูชันอื่นๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด แดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนอุปกรณ์กาแล็คซี่ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นได้ว่ามีใครบ้างที่ได้เข้าถึงข้อมูลของพวกเขาและนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้อย่างไร เพียงแค่พริบตาเดียวผู้ใช้กาแล็คซี่ก็สามารถรับรู้ได้ว่าข้อมูลของตนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่ และจะได้รับการแจ้งเตือนให้ปรับเปลี่ยนการตั้งค่าเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นทันที นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถตัดสินใจได้ว่าแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมใดที่จะสามารถเข้าถึงเข้ามูลของพวกเขาได้และจะนำข้อมูลนั้นไปใช้อย่างไร และเพื่อความปลอดภัยอีกขั้น

ซัมซุงยังสานต่อระบบ Knox Vault ที่เปิดตัวครั้งแรกใน Galaxy S21 Series ปกป้องข้อมูลสำคัญบน Galaxy S23 Series ด้วยการแยกข้อมูลเหล่านี้จากพื้นที่เก็บข้อมูลอื่นของตัวเครื่อง รวมไปถึงระบบปฏิบัติการ เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญอีกชั้นจากช่องโหว่ต่างๆ

อิสระที่มาพร้อมกับความยืดหยุ่นที่มากขึ้นสำหรับชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกันได้

หัวใจของประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมของสมาร์ทโฟนซัมซุงกาแล็คซี่ คือนวัตกรรมที่น่าทึ่งของสมาร์ทโฟนในรุ่น Ultra แต่พลังและประสิทธิภาพอันสร้างสรรค์ของ Galaxy Ultra ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในสมาร์ทโฟนเท่านั้น ด้วย Galaxy Book3 Ultra รุ่นใหม่ล่าสุด และ Galaxy Tab8 Ultra ผู้ใช้ก็สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อผ่านอีโคซิสเต็มที่ล้ำสมัยได้ Galaxy S Series ทุกรุ่นจะได้รับประสบการณ์การเชื่อมต่อเพิ่มเติม เช่น ฟีเจอร์ Samsung Multi Control[xx] ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างการทำงานของเมาส์และคีย์บอร์ดระหว่าง Galaxy PC และแท็บเล็ต โดยตอนนี้ฟีเจอร์นี้ยังสามารถใช้งานได้ทั้งใน Galaxy S23 Ultra, Galaxy S23+ และ Galaxy S23 เพื่อความยืดหยุ่นที่สูงที่สุดสำหรับการใช้งานระหว่างเครื่อง นอกจากนี้ยังสามารถให้คัดลอกและวางข้อความเช่น URL ต่างๆ จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งเพื่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

นอกจากนี้ Galaxy S23 Ultra ยังสามารถใช้งานแอปพลิเคชัน Google Meet ร่วมกับSamsung Note และ S Pen ที่มาพร้อมตัวเครื่อง ซึ่งจะช่วยให้การสนทนาและทำงานร่วมกันผ่านวิดีโอคอลเป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Live Share ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถร่วมกันแก้ไขเอกสารได้จากเครื่องของตัวเอง[xxi]  โดยไม่จำเป็นต้องมีการแชร์หน้าจออีกต่อไป[xxii]

You may have missed