แรมแพง-หน่วยความจำราคาพุ่ง หมดยุคคอมและอุปกรณ์ราคาประหยัด
ตลาดเทคโนโลยีกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อราคาหน่วยความจำคอมพิวเตอร์หรือ “Memory” ทั้ง DRAM และ NAND Flash ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเริ่มส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าไอทีทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล สมาร์ตโฟน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ โดยแนวโน้มนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขึ้นราคาชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนใหม่ของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ในยุค AI
การพุ่งขึ้นของราคาหน่วยความจำกำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ต้องปรับกลยุทธ์สินค้าใหม่ และอาจส่งผลถึงขั้นทำให้อุปกรณ์ระดับเริ่มต้นหรือรุ่นราคาประหยัดค่อย ๆ หายไปจากตลาดในอนาคตอันใกล้
ราคาหน่วยความจำพุ่ง เพราะโลกกำลังแข่งสร้าง AI
ต้นตอสำคัญของสถานการณ์ครั้งนี้มาจากความต้องการหน่วยความจำจำนวนมหาศาลในระบบ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต่างเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้ผู้ผลิตชิปต้องหันกำลังการผลิตไปสนับสนุนตลาดที่ให้กำไรสูงกว่า ส่งผลให้หน่วยความจำที่ใช้ในอุปกรณ์ผู้บริโภคทั่วไปเริ่มขาดแคลน
ผลลัพธ์คือราคาหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นต้นทุนสำคัญของการผลิตอุปกรณ์ไอที ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์จึงเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนัก โดยรายงานชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของราคา Memory มีผลโดยตรงต่อโครงสร้างราคาสินค้า เพราะหน่วยความจำเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนหลักของทุกอุปกรณ์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก เซิร์ฟเวอร์ หรือสมาร์ตโฟน
เมื่อราคาชิ้นส่วนพื้นฐานเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจึงแทบไม่มีทางเลือก นอกจากการขึ้นราคาสินค้า ลดสเปก หรือปรับตำแหน่งสินค้าไปเน้นรุ่นระดับกลางถึงระดับสูงมากขึ้น
อุปกรณ์ราคาประหยัดอาจหายไป ตลาดกำลังเปลี่ยนโครงสร้าง
ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือกลุ่มอุปกรณ์ Entry-level ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำอยู่แล้ว รายงานระบุว่าการพุ่งขึ้นของราคาหน่วยความจำอาจทำให้ผู้ผลิตเลิกพัฒนา PC และสมาร์ตโฟนราคาถูก เพราะไม่สามารถควบคุมต้นทุนให้แข่งขันได้อีกต่อไป
แนวโน้มนี้ยังสะท้อนผ่านการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ตลาดที่มองว่า การจัดส่งคอมพิวเตอร์ทั่วโลกอาจลดลงในปีนี้ ขณะที่สมาร์ตโฟนก็เผชิญแรงกดดันในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากราคาที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคชะลอการอัปเกรดอุปกรณ์ใหม่
สถานการณ์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดเทคโนโลยีจากยุค “ของแรงราคาถูก” ไปสู่ยุคที่อุปกรณ์ระดับพรีเมียมกลายเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ผู้ผลิตมีแนวโน้มเน้นสินค้าที่ทำกำไรได้สูงแทนการแข่งราคาในตลาดล่าง

