Terabit Ethernet อาจมาเร็วกว่าที่คิด เมื่อ AI ดันเครือข่ายต้องเร่งสปีดทะลุเพดาน
แรงขับเคลื่อนจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนบทบาทของโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ Ethernet ที่เคยถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยี “พื้นฐาน” ของศูนย์ข้อมูล วันนี้กลับกลายเป็นหัวใจหลักของระบบ AI ขนาดใหญ่ ในปี 2026 กลุ่มอุตสาหกรรม Ethernet ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันแบนด์วิดท์ให้สูงขึ้น รองรับ workload ที่ต้องรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลและต้องการความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ ตามทิศทางที่สะท้อนจากการทำงานของกลุ่มมาตรฐานและผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลก
ปัจจุบัน Ethernet ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับที่องค์กรคุ้นเคยในอดีตอย่าง 10G หรือ 40G อีกต่อไป แต่ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของความเร็วระดับศูนย์ข้อมูลขั้นสูงแล้ว โดยในเชิงพาณิชย์ 400GbE (400 Gigabit Ethernet) ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้งานจริงอย่างแพร่หลายในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในระบบคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ต้องเชื่อมต่อ GPU จำนวนมากเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน 800GbE ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงนำร่องและการทดสอบใช้งานจริงจากผู้ให้บริการรายใหญ่และผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายหลายราย เพื่อรองรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลพร้อมกันในระดับที่ 400G เริ่มไม่เพียงพอ
ปัจจุบัน Ethernet เร็วแค่ไหน และทำไม AI ถึงผลักดันให้ต้องไปไกลกว่านี้
ในมุมของมาตรฐานและอุตสาหกรรม วันนี้ Ethernet มีความเร็วให้เลือกตั้งแต่ระดับองค์กรทั่วไปอย่าง 1G และ 10G ไปจนถึงระดับดาต้าเซ็นเตอร์ขั้นสูงอย่าง 100G, 200G และ 400G โดย 400GbE ถูกออกแบบมาเพื่อลดคอขวดของการรับส่งข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์และสวิตช์ในระบบขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของงาน AI โดยเฉพาะการฝึกโมเดล distributed training
อย่างไรก็ตาม เมื่อ AI ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความต้องการก็เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด งานประเภท Large Language Model (LLM) และระบบ AI เชิงลึกจำเป็นต้องเชื่อมต่อ GPU หรือ accelerator จำนวนมากเข้าด้วยกัน หากเครือข่ายช้าเกินไป ประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ราคาแพงเหล่านี้จะถูกจำกัดทันที
นี่จึงเป็นเหตุผลที่กลุ่มอุตสาหกรรม Ethernet และองค์กรด้านมาตรฐานอย่าง IEEE และ Ethernet Alliance กำลังผลักดันมาตรฐานที่สูงกว่า 400G อย่างจริงจัง เพื่อให้ Ethernet ยังคงตอบโจทย์ AI ได้ในระยะยาว
จาก 800G สู่ Terabit Ethernet เป้าหมายเครือข่ายยุค AI เต็มรูปแบบ
ทิศทางหลังจาก 800GbE คือการพัฒนา Terabit Ethernet (1.6TbE และมากกว่านั้น) ซึ่งยังอยู่ในขั้นของการวิจัยและกำหนดมาตรฐาน แต่ถูกวางตำแหน่งไว้ชัดเจนว่าเป็นโครงข่ายหลักสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ในอนาคต เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ท้าทายแค่เรื่องความเร็ว แต่รวมถึงการใช้พลังงาน การระบายความร้อน และต้นทุนต่อบิตข้อมูล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการนำไปใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม
แม้จะมีเทคโนโลยีเครือข่ายประสิทธิภาพสูงอื่นอย่าง InfiniBand ที่ได้รับความนิยมในระบบ HPC และ AI บางกลุ่ม แต่ Ethernet ยังคงได้เปรียบด้านความยืดหยุ่น ระบบนิเวศที่กว้าง และการทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ง่าย ทำให้ในปี 2026 Ethernet ไม่ได้เป็นเพียง “เครือข่ายทางเลือก” แต่กำลังกลายเป็น แกนกลางของโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก

