IBM เปิดตัว “Sovereign Core” ปลดล็อกให้องค์กรคุมคลาวด์และ AI ได้เอง
IBM ประกาศเปิดตัว IBM Sovereign Core โซลูชันซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อให้ องค์กรและรัฐบาลมีอำนาจควบคุมเต็มที่เหนือระบบคลาวด์อย่างแท้จริง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาศูนย์ข้อมูลที่ถูกจัดการโดยผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่แบบเดิม ๆ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎระเบียบและความต้องการด้าน “อธิปไตยข้อมูล” (data sovereignty) ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก
ซึ่งไม่เพียงเจาะจงแค่การเก็บข้อมูลในประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงการควบคุมการดำเนินงาน การกำกับดูแลคีย์เข้ารหัส และการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ด้วยกันเองในโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรเอง

Sovereign Core ของ IBM จะไม่ใช่ “คลาวด์อธิปไตย” ที่ผูกกับตำแหน่งศูนย์ข้อมูลเฉพาะเจาะจงตามแนวคิดของผู้ให้บริการรายอื่น ๆ แต่เป็น สแตกซอฟต์แวร์ที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมคลาวด์อธิปไตยได้บนฮาร์ดแวร์ขององค์กรเอง หรือบนผู้ให้บริการคลาวด์ท้องถิ่นหรือบริการจัดการอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ CIO และทีมไอทีสามารถควบคุมได้ทั้งการจัดเก็บ การเข้ารหัสคีย์ และการจัดการข้อมูลภายในขอบเขตของกฎหมายและข้อบังคับของประเทศนั้น ๆ
ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่าแนวทางนี้ช่วยลดข้อจำกัดจาก “vendor lock-in” หรือความผูกขาดของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรที่ต้องการนำแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลสำคัญไปใช้งานจริงภายใต้ข้อกำหนดด้านการควบคุมอย่างเข้มงวด

Sovereign Core ถูกออกแบบมาให้รองรับ สภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร (on-premises) ไปจนถึงบริการคลาวด์ในภูมิภาค สนับสนุนการใช้งานแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ
โดยคาดว่าจะเปิดให้ทดลองใช้งาน (tech preview) ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งสะท้อนภาพรวมที่ชัดเจนของอนาคตที่องค์กรสามารถกำหนดชะตาการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของตนเองได้อย่างแท้จริง และไม่ตกอยู่ใต้เงื้อมมือของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่สุดเพียงไม่กี่ราย

