February 2, 2026

เมื่อ Smart TV แอบแคปหน้าจอ-ขายข้อมูลพฤติกรรมคนดูให้โฆษณา

รัฐเท็กซัสกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของสงครามข้อมูลส่วนตัว หลังอัยการสูงสุด Ken Paxton ยื่นฟ้องผู้ผลิตทีวีรายใหญ่ระดับโลกอย่าง Samsung, Sony, LG, Hisense และ TCL ฐานใช้เทคโนโลยีใน Smart TV แอบเก็บข้อมูลการรับชมของผู้ใช้ และนำไปขายต่อเพื่อทำโฆษณาเจาะกลุ่ม โดยไม่ได้รับความยินยอมที่แท้จริงจากเจ้าของบ้านที่เป็นผู้ชมตัวจริงเลยด้วยซ้ำ คดีนี้จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องนั่งเล่น แต่สะท้อนภาพของ “ระบบสอดแนมเชิงพาณิชย์” ที่กำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่กลางบ้านของผู้คนอย่างแนบเนียน

ACR เทคโนโลยีรู้ทุกอย่างที่คุณดู

หัวใจของคดีนี้คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า Automated Content Recognition หรือ ACR ซอฟต์แวร์ที่ถูกฝังอยู่ใน Smart TV สามารถจับภาพหน้าจอทีวีทุกๆ ราวครึ่งวินาที เพื่อนำไปวิเคราะห์ว่าเจ้าของบ้านกำลังดูอะไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์จากแอปสตรีมมิง กล่องทีวีเคเบิล หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ จากนั้นข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิตแบบเรียลไทม์ โดยผู้ใช้จำนวนมากแทบไม่รู้เลย

สำนักงานอัยการเท็กซัสถึงขั้นนิยาม ACR ว่าเป็น “ผู้บุกรุกดิจิทัลที่มองไม่เห็น” เพราะมันทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ ขณะที่เจ้าของบ้านคิดว่าตัวเองแค่เปิดทีวีดูซีรีส์หรือข่าวตามปกติเท่านั้น

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมไม่ได้มีแค่รายการหรือโฆษณาที่ผู้ใช้กำลังดู แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการใช้แอปและอุปกรณ์อื่น ทำให้บริษัทผู้ผลิตสามารถสร้างโปรไฟล์ดิจิทัลของครัวเรือนแต่ละบ้านได้อย่างละเอียด ก่อนจะนำไปขายให้เครือข่ายโฆษณาเพื่อใช้ยิงแอดแบบเจาะจงบนแพลตฟอร์มต่างๆ ต่อไปฝ่ายอัยการเตือนว่าหากระบบแคปหน้าจอทำงานอย่างต่อเนื่อง

ก็อาจเสี่ยงเห็นถึงข้อมูลอ่อนไหวอื่นๆ ที่ปรากฏบนจอ เช่น หน้าจอเข้าสู่ระบบธนาคาร รหัสผ่าน หรือข้อความส่วนตัวที่ผู้ใช้ฉายขึ้นทีวีผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อ

เท็กซัสเปิดศึกกฎหมาย ปูทางมาตรฐานความเป็นส่วนตัวใหม่

ในคำฟ้อง รัฐเท็กซัสกล่าวหาว่าผู้ผลิตทีวีเหล่านี้ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐ โดยใช้ภาษาทางกฎหมายที่คลุมเครือ ซ่อนเมนูการเก็บข้อมูลไว้ในเงื่อนไขการใช้งานที่อ่านยาก ทำให้การ “ยินยอม” ของผู้บริโภคแทบไม่มีความหมาย และไม่อาจถือเป็นการอนุญาตอย่างรู้เท่าทันได้จริงฝ่ายอัยการจึงขอให้ศาลสั่งห้ามไม่ให้บริษัทเหล่านี้เก็บ

ใช้ หรือขายข้อมูลที่ได้จาก ACR ระหว่างที่กระบวนการพิจารณาคดีกำลังดำเนินอยู่ พร้อมทั้งเรียกร้องค่าปรับทางแพ่งจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในกรณีที่กระทบต่อผู้สูงอายุซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางด้านข้อมูลส่วนตัว

การฟ้องร้องครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อทั้งอุตสาหกรรมทีวีและอีโคซิสเทมโฆษณาดิจิทัล หากเท็กซัสชนะคดี ผู้ผลิตทีวีอาจถูกบังคับให้หยุดเก็บข้อมูล ACR หรืออย่างน้อยต้องออกแบบกระบวนการขอความยินยอมใหม่ให้โปร่งใส เข้าใจง่าย และปิดค่าเริ่มต้นการติดตามข้อมูลแทนที่จะเปิดไว้โดยอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก

แม้คดีนี้จะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าถึงเวลาต้องหันกลับมาตรวจสอบอุปกรณ์ในบ้าน ตั้งแต่ Smart TV ไปจนถึงกล้องและลำโพงอัจฉริยะ ว่าเรากำลัง “แลก” ความเป็นส่วนตัวไปกับความสะดวกสบายมากเกินไปหรือไม่ และผู้เล่นรายใดกันแน่ที่กำลังกุมรีโมตควบคุมข้อมูลชีวิตประจำวันของเราอยู่

ที่มา