February 16, 2026

ถอดรหัส 5 ยุทธศาสตร์ไอทีองค์กรปี 2026: เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ทางเลือก และความเรียบง่ายคือหัวใจของความอยู่รอด

ก้าวเข้าสู่ปี 2026 โลกของเทคโนโลยีองค์กรไม่ได้จำกัดอยู่แค่การ “มี” หรือ “ไม่มี” นวัตกรรมใหม่ แต่คือการ “บริหารจัดการ” สิ่งที่มีอยู่ให้ทรงประสิทธิภาพที่สุด ท่ามกลางกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ข้อมูลล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า 5 ภารกิจหลักที่ผู้บริหารสายเทค (CIO) ต้องปักหมุดไว้ในปฏิทินวางแผนยุทธศาสตร์ปีนี้ จะไม่ใช่เรื่องของความล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “ความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และความคุ้มค่า”

1. AI Optimization: ก้าวข้ามความเห่อ สู่การจัดการความไม่แน่นอน

ในปี 2026 เราจะเห็นการเปลี่ยนผ่านจากยุค AI Euphoria (ยุคที่ทุกคนตื่นเต้นกับทุกสิ่งที่ AI ทำได้) เข้าสู่ยุค AI Optimization หรือการปรับจูน AI ให้เข้ากับธุรกิจจริง องค์กรจะหยุดถามว่า “AI ทำอะไรได้บ้าง” แต่จะเริ่มถามว่า “AI ตัวไหนที่คุ้มค่าและลดความเสี่ยงได้จริง”

ความท้าทายสำคัญคือ Uncertainty (ความไม่แน่นอน) ทั้งในแง่ของกฎหมาย AI ที่เริ่มเข้มงวดขึ้น และความแม่นยำของผลลัพธ์ องค์กรชั้นนำจะหันมาลงทุนใน AI ที่เฉพาะทางมากขึ้น (Domain-specific AI) แทนที่จะพึ่งพา Model ขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว เพื่อลดความเสี่ยงด้านข้อมูลและประหยัดทรัพยากร

2. Cloud Backups: ปราการด่านสุดท้ายในยุคไซเบอร์ล้ำสมัย

เมื่อภัยคุกคามอย่าง Ransomware พัฒนาไปสู่การใช้ AI โจมตี การสำรองข้อมูลบน Cloud จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเก็บไฟล์สำรองอีกต่อไป แต่ต้องเป็น “Immutable Backups” หรือข้อมูลที่สำรองแล้วไม่สามารถถูกแก้ไขหรือลบทำลายได้ แม้ระบบจะถูกแฮกก็ตาม

ในปี 2026 องค์กรจะให้ความสำคัญกับ Restoration Speed หรือความเร็วในการกู้คืนระบบ หากคุณมีข้อมูลสำรองแต่ต้องใช้เวลา 3 วันในการกู้คืน นั่นเท่ากับความล้มเหลวทางธุรกิจ การวางโครงสร้างการสำรองข้อมูลแบบ Hybrid-Cloud ที่กระจายความเสี่ยงไปหลายแหล่งจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่มองข้ามไม่ได้

3. Infrastructure Simplification: ลดความซับซ้อน เพื่อเพิ่มความไว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากประสบภาวะ “Legacy Sprawl” หรือการมีระบบไอทีที่ซับซ้อนทับซ้อนกันจนดูแลไม่ไหว ปี 2026 คือปีแห่งการ “สังคายนาโครงสร้างพื้นฐาน” เทรนด์การยุบรวมเครื่องมือ (Tool Consolidation) จะมาแรง องค์กรจะหันไปใช้ Platform ที่ทำงานได้ครอบคลุมหลายอย่างในหนึ่งเดียวแทนการใช้ Point Solutions นับสิบเจ้า ความเรียบง่าย (Simplification) นี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการบริหารจัดการ แต่ยังช่วยลดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่มักเกิดจากจุดเชื่อมต่อของระบบที่ซับซ้อนเกินไปอีกด้วย

4. Prioritize Governance: กำกับดูแลให้ชัด ก่อนจะสายเกินแก้

การกำกับดูแล (Governance) จะไม่ใช่เรื่องของฝ่ายกฎหมายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของไอทีโดยตรง โดยเฉพาะ AI Governance และ Data Sovereignty (อำนาจอธิปไตยเหนือข้อมูล)

หน่วยงานไอทีต้องมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจนว่า ข้อมูลถูกนำไปใช้เทรน AI อย่างไร ผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ และที่สำคัญคือ “ความโปร่งใส” (Transparency) ของอัลกอริทึม การสร้าง Framework สำหรับการใช้เทคโนโลยีที่รับผิดชอบจะกลายเป็นตัวตัดสินว่า องค์กรจะได้รับความเชื่อมั่นจากคู่ค้าและลูกค้าหรือไม่ในระยะยาว

5. Cost Management: ยุคแห่งการใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด (FinOps)

สุดท้ายคือเรื่อง “เงิน” หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ลงทุนกับ Cloud และ AI อย่างมหาศาล ปี 2026 จะเป็นปีที่ผู้บริหารสูงสุด (C-Suite) จะกลับมาถามหา ROI ที่ชัดเจน Cost Management จึงกลายเป็นภารกิจเร่งด่วน

แนวคิด FinOps (Financial Operations) จะถูกนำมาใช้อย่างเต็มตัวเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย Cloud แบบรายนาที การใช้ระบบอัตโนมัติมาช่วยปิด Workload ที่ไม่ได้ใช้งาน หรือการเลือกใช้ระบบประมวลผลที่ประหยัดพลังงาน (Energy-efficient computing) จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้งบประมาณไอทีไม่บานปลาย

ที่มา