กลต. สหรัฐ สั่งเชือดเครือข่าย ‘ต้มตุ๋นคริปโต’ หลอกลงทุนทิพย์สูญกว่า 470 ล้านบาท
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ หรือ SEC ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีครั้งใหญ่ต่อกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้กลโกงสุดแนบเนียนผ่านสิ่งที่เรียกว่า สัญญาอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มเทรดคริปโตปลอม จนสามารถกวาดเงินจากกระเป๋านักลงทุนรายย่อยไปได้มากกว่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 470 ล้านบาทไทย
ซึ่งคดีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของวิวัฒนาการในการต้มตุ๋นที่นำเอาความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี AI และการสร้างคอมมูนิตี้มาเป็นเครื่องมือในการทำลายความไว้วางใจของผู้คน
กลลวงผ่านกลุ่มโซเชียล: เมื่อ ‘AI’ และ ‘กูรูปลอม’ กลายเป็นเหยื่อล่อชั้นดี
จุดเริ่มต้นของขบวนการนี้ไม่ได้เริ่มจากความซับซ้อนของโค้ดโปรแกรม แต่เริ่มจากการใช้จิตวิทยาหมู่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้จัดตั้งสิ่งที่เรียกว่า ชมรมการลงทุน (Investment Clubs) หลายแห่ง เช่น AI Wealth และ Zenith Asset Tech ดึงดูดผู้คนด้วยโฆษณาบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าจะมอบเคล็ดลับการลงทุนที่วิเคราะห์โดย AI ระดับสูง
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและเข้าร่วมกลุ่มแชทในแอปพลิเคชัน WhatsApp มิจฉาชีพที่แฝงตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงินก็จะเริ่มกระบวนการสร้างความเชื่อใจด้วยการให้ข้อมูลที่ดูเป็นมืออาชีพ พร้อมทั้งโชว์ผลกำไรที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นจริง เพื่อโน้มน้าวให้นักลงทุนตายใจก่อนจะชักชวนให้เปิดบัญชีและโอนเงินเข้าสู่แพลตฟอร์มการค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่พวกเขาควบคุมเองทั้งหมด
ระบบเทรดลวงตาและการตามล่าข้ามพรมแดน: บทเรียนสำคัญของนักลงทุนยุคดิจิทัล
สิ่งที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมากหลงเชื่อคือความแนบเนียนของแพลตฟอร์มอย่าง Morocoin และ Cirkor ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีหน้าตาและฟังก์ชันการใช้งานเหมือนกับกระดานเทรดระดับโลก มีการแสดงราคาแบบเรียลไทม์ มีกราฟวิเคราะห์ และแม้กระทั่งการแสดงยอดเงินคงเหลือที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นจากการเทรดจริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว SEC ตรวจสอบพบว่าไม่มีการทำธุรกรรมใดๆ เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มเหล่านั้นเลย
ยอดเงินและกำไรที่เห็นเป็นเพียงตัวเลขที่ถูกปรุงแต่งขึ้นผ่านระบบหลังบ้าน ในขณะที่เงินจริงที่นักลงทุนโอนเข้าไปกลับถูกยักย้ายถ่ายเทไปยังกระเป๋าเงินคริปโตส่วนตัวและบัญชีธนาคารในต่างประเทศอย่างรวดเร็ว การบุกทลายเครือข่ายครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การจับกุมผู้กระทำผิด แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังนักลงทุนทั่วโลกว่า แม้แต่แพลตฟอร์มที่ดูมีความปลอดภัยสูงสุดหรืออ้างว่าใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ก็อาจเป็นเพียงเปลือกนอกที่ห่อหุ้มกลโกงแบบดั้งเดิมเอาไว้

