January 9, 2026

TP-Link เปิดศึกฟ้อง Netgear กล่าวหาสาดโคลนเรื่องความมั่นคงจีน

วงการเน็ตเวิร์กสหรัฐฯ ร้อนระอุเมื่อยักษ์ใหญ่ TP-Link ตัดสินใจยื่นฟ้องคู่แข่งอย่าง Netgear โดยกล่าวหาว่าอีกฝ่ายทำกล่าวหาเพื่อสร้างความเข้าใจผิดว่า TP-Link เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติสหรัฐฯ และมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน ทั้งที่บริษัทได้แยกการบริหารงานชัดเจนแล้ว

จุดแตกหัก
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการฟ้องร้องครั้งนี้คือการผิดสัญญา (โดย TP-Link ระบุว่าในปี 2024 บริษัทได้ยอมจ่ายเงินก้อนโตถึง 135 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.6 พันล้านบาท) ให้กับ Netgear เพื่อยุติคดีความเรื่องสิทธิบัตร ซึ่งในข้อตกลงนั้นระบุชัดเจนว่า Netgear ต้องหยุดเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือให้ร้ายคู่แข่ง

แต่ดูเหมือนสัญญาดังกล่าวจะไร้ผล เมื่อ TP-Link อ้างว่า Netgear กลับมา “เล่นเกมเดิม” ด้วยการโจมตีคู่แข่งผ่านช่องทางสาธารณะ ทั้งในงานแถลงผลประกอบการและผ่านสื่อ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ลบให้ TP-Link ดูไม่น่าไว้วางใจในสายตาลูกค้าอเมริกัน

บิดเบือนข้อมูลโยงแฮกเกอร์ “Storm-0940”
ในคำฟ้องระบุหลักฐานเป็นคำพูดของ Charles Prober ซีอีโอของ Netgear ที่กล่าวในงาน Earnings Call เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยอ้างอิงบทความจาก Microsoft เรื่องกลุ่มแฮกเกอร์ Storm-0940 (กลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน)

TP-Link ชี้แจงว่า รายงานของ Microsoft เพียงระบุว่าแฮกเกอร์กลุ่มนี้ใช้เราเตอร์ TP-Link ที่มีช่องโหว่เป็นหนึ่งในเครื่องมือ (Botnet) เพื่อโจมตีเป้าหมาย ซึ่ง TP-Link คือ “เหยื่อ” ไม่ใช่ผู้ร่วมกระบวนการ แต่ซีอีโอ Netgear กลับนำข้อมูลนี้ไปขยายความในทำนองว่า TP-Link มี “บทบาท” (Role) ในการโจมตีไซเบอร์ระดับชาติ และพยายามโยงชื่อกลุ่มแฮกเกอร์ตระกูล “Typhoon” ให้ดูน่ากลัวเกินจริง เพื่อดิสเครดิตคู่แข่ง

ยันเป็นบริษัทอเมริกัน แยกขาดจากจีน
เพื่อแก้ข้อครหา TP-Link ย้ำในคำร้องว่าปัจจุบันบริษัทแบ่งโครงสร้างชัดเจนระหว่าง TP-Link Technologies (ฝั่งจีน) และ TP-Link Systems ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนและมีสำนักงานใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีพนักงานท้องถิ่นกว่า 500 คน และผู้บริหารในสหรัฐฯ มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ได้อยู่ภายใต้การสั่งการของรัฐบาลจีนแต่อย่างใด

ที่มา