June 24, 2024

อีกก้าวของการศึกษาไทยสู่โลกบล็อกเชน ! บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มุ่งพัฒนาหลักสูตรการอบรมเทคโนโลยียุคดิจิทัล

บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ผู้สร้างและดำเนินการ “บิทคับเชน” เครือข่ายบล็อกเชนที่ได้รับความนิยมสูงสุดของไทย ที่มียอดธุรกรรมกว่า 300 ล้านธุรกรรมบนเครือข่าย (อ้างอิงจาก BKC Scan ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2566) และผู้ให้บริการ Blockchain Total Solution ชั้นนำ ร่วมกับ ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลอัจฉริยะพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KMITL Digital Analytics And Intelligence Center: ศูนย์ K-DAI) คณะวิทยาศาสตร์ สจล. มุ่งพัฒนาหลักสูตรการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรสายเทคโนโลยียุคดิจิทัล 

เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจ และมีการศึกษากันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจะเข้ามาขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโลกในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทในการยกระดับการดำเนินงานทั้งภาครัฐ เอกชน และการศึกษา

เพื่อสอดรับกับวิสัยทัศน์ของศูนย์ K-DAI ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างองค์ความรู้และสร้างทรัพยากรบุคคลทางด้านวิทยาการข้อมูล เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในโลกยุคดิจิทัล การร่วมมือในครั้งนี้ จะเน้นการดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนและพัฒนาการวิจัย และการพัฒนาบุคลากรอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล อีกทั้งยังร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางวิชาการในด้านการเผยแพร่ความรู้ทางการศึกษาและการสนับสนุนเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาโปรเจกต์ต่าง ๆ บนบิทคับเชนในอนาคต อาทิ การสนับสนุนการจัดการแข่งขันกิจกรรม Hackathon และกิจกรรมอื่น ๆ ของสถาบัน ทั้งนี้ ผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรการศึกษาอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล จะได้รับใบประกาศนียบัตรในรูปแบบ Non-Fungible Token (NFT) อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการยกระดับแวดวงการศึกษาไทยและสามารถสร้างโอกาสทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ให้กับเยาวชนไทย

“ผมเชื่อว่าการร่วมมือในครั้งนี้ จะสามารถผลักดันและส่งเสริมการศึกษาไทยในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกับเศรษฐกิจดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับมือกับสถาบันที่มีคุณภาพอย่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยเฉพาะศูนย์ K-DAI ที่เป็นศูนย์สร้างองค์ความรู้และสร้างทรัพยากรบุคคลทางด้านวิทยาการข้อมูล เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ การร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งการใช้งานจริง (Use Case) ในรูปแบบของการศึกษา ที่จะมายกระดับและเสริมระบบนิเวศบนบิทคับเชนให้แกร่งไปอีกขั้น รวมทั้งการประยุกต์เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อใช้ในการสนับสนุนการพัฒนาด้านการศึกษาต่อไปในอนาคต” นายภาสกร ปานนอก CEO บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าว

“การร่วมมือกันระหว่าง บิทคับเชนกับคณะวิทยาศาสตร์ สจล. โดยศูนย์ K-DAI นอกจากจะช่วยสร้างทักษะทางด้านดิจิทัลให้กับบุคลากรและนักศึกษาภายในคณะวิทยาศาสตร์แล้ว ทางคณะวิทยาศาสตร์ สจล. และบิทคับเชนยังสามารถร่วมมือกันทำวิจัยเชิงลึกที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ และยังสามารถนำ Use Case หรือกรณีศึกษาต่าง ๆ มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้จริงภายในคณะวิทยาศาสตร์ สจล. อันจะเป็นการสร้างระบบนิเวศของการศึกษาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์อย่างจับต้องได้กันทุกฝ่าย นอกจากนี้ทางคณะวิทยาศาสตร์ สจล. และบิทคับเชนยังจะมีความร่วมมือในการจัดทำหลักสูตร Short Course เพื่อการ Upskill หรือ Reskill ในการพัฒนาบุคลากรภาคธุรกิจต่อไปอีกด้วย” รศ.ดร.สุธี ชุติไพจิตร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ กล่าว

“ความร่วมมือระหว่างศูนย์ K-DAI คณะวิทยาศาสตร์ สจล. จะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาเป็นอย่างมาก เนื่องจากทางศูนย์ K-DAI มีหลักสูตรปริญญาโท Data Science and Analytics และกำลังจะเปิดรับนักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติ Digital Technology and Integrated Innovation เป็นรุ่นแรกในปีการศึกษา 2566 ที่จะถึงนี้ นักศึกษาจะได้เรียนรู้เรื่องบล็อกเชนจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริงจากบิทคับเชน ผ่านรูปแบบของทั้งการเรียนการสอนในหลักสูตร สหกิจศึกษา หรือโครงการต่อเนื่องอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่น การเข้าร่วมการแข่งขัน Hackathon หรือโปรเจกต์พิเศษต่าง ๆ ที่สนับสนุนการดำเนินงานของคณะ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการสร้างกำลังคนทางด้านดิจิทัลให้กับตลาดแรงงานของประเทศไทยและของโลกได้อย่างดี” ดร.อัคเดช อุดมชัยพร หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลอัจฉริยะพระจอมเกล้าลาดกระบัง หรือ ศูนย์ K-DAI กล่าว