บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป เข้าร่วมงานเสวนาเกษตรไร้มลพิษ เศรษฐกิจยั่งยืน พร้อมให้ความรู้ “การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรเพื่อสร้างความยั่งยืน”

นายพัศพงศ์ ชมเชย ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในงานเสวนา “เกษตรไร้มลพิษ เศรษฐกิจยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นภายในงานนิทรรศการเกษตรเจ้าคุณทหาร ประจำปี 2566 ณ สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำ อาทิ นายอำนาจ บุตรทองคำวงษ์ ผู้จัดการส่วนคูโบต้าโซลูชั่น บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรวิทยาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งดำเนินการเสวนาโดย ดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ผู้จัดการ Longterm Innovation และธุรกิจนวัตกรรม ศูนย์ธุรกิจต่างประเทศ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคัล จำกัด (มหาชน) และ รศ.ดร.สุณีพร สุวรรณมณีพงศ์ จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ภายในงานเสวนา นายพัศพงศ์ ชมเชย ได้แสดงวิสัยทัศน์การพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หลักที่ บริษัท บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และบริษัทในเครือให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ ยังได้แบ่งปันประสบการณ์การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตร พร้อมยกตัวอย่างเคสที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 

นายพัศพงศ์ ชมเชย ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า “การนำเอาแผนการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) มาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร นอกจากจะช่วยส่งเสริมการบูรณาการร่วมกันจากทุกภาคส่วน (นโยบาย เทคโนโลยี พฤติกรรม) ยังเป็นการผลักดันให้เกิดต่อยอดการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและเป็นการส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจที่เกื้อกูลกันอย่างแท้จริง

หนึ่งในวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งองค์กร อุตสาหกรรม ตลอดจนต่อประชากรทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกษตรกรไทย การปรับตัวและการเริ่มนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาปรับใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ มูลค่า รวมถึงช่วยลดขั้นตอนในการตรวจสอบต่าง ๆ  

สำหรับ บิทคับ การนำเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนมาช่วยตรงนี้ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่จะเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับการเก็บข้อมูล ประมวลผล ตรวจสอบข้อมูล สามารถใช้ได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกไปจนถึงการส่งออกสินค้า ด้วยเครื่องมือนี้จะช่วยให้ทุกภาคส่วนในห่วงโซ่โดยเฉพาะผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส รวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้กับบริโภค เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต รวมไปถึงการประมวลผลเพื่อหาโอกาสและจุดแก้ไขปัญหาซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างแม่นยำและยั่งยืนต่อไป”